วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ติ๊ดติ๊ด สแกนก่อนซื้อ! ทำความรู้จัก 'บาร์โค้ด' เทคโนโลยีใกล้ตัว

 เครื่องอ่านบาร์โค้ต

เชื่อว่าในชีวิตประจำวันแต่ละคนจะต้องวนเวียนอยู่กับ "บาร์โค้ด" แบบไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่คุณซื้อสินค้า แล้วคุณรู้จักประวัติ ความเป็นมาของเจ้าเทคโนโลยีนี้แค่ไหน เราจะพาไปหาคำตอบ…

ตั้งแต่เกิด มา... ใครยังไม่เคยซื้อสินค้าจากห้าง หรือร้านสะดวกซื้อ กันบ้าง? เชื่อว่าอัตราส่วนของคำตอบดังกล่าวคงอยู่ที่ 0.00001% เพราะนอกจากความศิวิไลซ์ที่กระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ปัจจุบัน ร้านค้าน้อย-ใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ในรูปแบบซื้อสะดวกและทันสมัยก็ได้ขยายตัวไปทั่วทุกแห่งหนของประเทศแล้ว

และ หนึ่งในเทคโนโลยี ใกล้ตัวที่เราได้พบเห็นและเรียกว่าผูกพันอยู่กับวิถีการจับจ่ายของเรา แต่อาจไม่เคยรู้ที่มาที่ไปก็คือ "บาร์โค้ด" (Barcode) ซึ่งเราได้รวบรวมเรื่องน่ารู้และความเป็นมาของบาร์โค้ดมาฝากกัน!

10 ข้อ คลายสงสัยเกี่ยวกับ "บาร์โค้ด"

1. ต้นแบบเทคโนโลยีบาร์โค้ด มาจากแนวคิดของ Wallace Flint นักศึกษามหาวิทยาลัย Harvard ในปี 1932 ซึ่งใช้บัตรเจาะรูเป็นตัวกำหนดรหัสสินค้าแล้วนำไปตอกในเครื่องอ่าน ต่อมา Bernard Silver นักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยี Drexel ได้นำมาพัฒนาต่อ โดยใช้หมึกเรืองแสงและการฉายแสง UV แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากไม่เสถียรในการใช้งานและต้นทุนสูง

2. Joseph Woodland ได้ช่วยเหลือ Bernard Silver จนทำให้ทั้ง 2 คน สามารถจดสิทธิบัตรการออกแบบบาร์โค้ดเป็นครั้งแรก ในวันที่ 7 ต.ค.1952 โดยมีรูปแบบในขั้นแรกเป็นวงกลมคล้ายแผ่นปาเป้า ซึ่งถูกนำไปทดลองใช้งานเป็นครั้งแรกที่ร้านค้าเครือ Kroger ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ปี 1967

3. ในเดือนมิ.ย. 1974 เครื่องสแกนหรือเครื่องอ่านบาร์โค้ดก็ถูกพัฒนาขึ้นสำเร็จ ทั้งยังมีการปรับปรุงให้บาร์โค้ดกลายเป็นลักษณะแบบแท่งและมีตัวเลขเช่นเดียว กับในปัจจุบัน

4. เพียง 26 วัน หลังจากเครื่องสแกนหรือเครื่องอ่านบาร์โค้ดถูกพัฒนา ก็มีการนำไปใช้งานจริงเป็นครั้งแรกในซุปเปอร์มาร์เก็ตทันที โดยสินค้าแรกที่ถูกสแกนหรือถูกอ่านโดยเครื่องอ่านบาร์โค้ด คือ หมากฝรั่ง Wringley

5. การทำงานของบาร์โค้ดใช้รูปแบบของแถบสีดำและขาวที่มีความกว้าง-ถี่ แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตัวเลขที่กำกับอยู่ด้านล่าง การอ่านข้อมูลจะอาศัยหลักการสะท้อนแสงของเครื่องสแกน เพื่อนอ่านข้อมูลสู่คอมพิวเตอร์

6. ความสะดวก รวดเร็ว และน่าเชื่อถือ รวมถึงโอกาสผิดพลาดเพียง 1 ใน 10,000,000 ทำให้ระบบบาร์โค้ดได้รับความนิยมไปทั่วโลก

7. ประเทศไทยมีบาร์โค้ดใช้เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2530 โดยสภาอุตสาหกกรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบสิทธิ์นายทะเบียนรับสมัคร สมาชิกจดทะเบียนบาร์โค้ด ซึ่งทำให้ระบบดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทันที

8. "รหัสแท่ง" คือ ชื่อภาษาไทยของบาร์โค้ด

9. การสแกน QR Code ก็ถือเป็นบาร์โค้ดประเภทหนึ่ง โดยถือเป็นบาร์โค้ด 3 มิติ ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ตามยุคสมัยที่มีความเจริญมากขึ้น

10. จากการใช้งานเพื่อสแกนสินค้าในยุคแรก ปัจจุบันบาร์โค้ดถูกนำไปใช้ในหลากลายช่องทาง อาทิ เกม การแอดเพื่อนบนโซเชียล หรือการดูรายละเอียดเพิ่มเติมของสินค้า

Cr  :  ไทยรัฐ
เว็บเกี่ยวข้อง  : เครื่องอ่านบาร์โค้ด

ซองหมด! คริส หอวัง งัดเครื่องรูดบัตรเครดิตเคลื่อนที่ให้เจ้าบ่าว กั้นประตูงานหมั้น"ชมพู่-น็อต"

 เครื่องรูดบัตร

เป็นที่ฮือฮา กันทีเดียวเมื่อเจ้าบ่าว ไฮโซหนุ่ม “น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์” ใช้วิธีการรูดบัตรผ่านสมาร์ทโฟนเป็นค่าผ่านประตูไปรับเจ้าสาว"ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต" เข้าพิธีหมั้น โดยมีนางเอกสาว คริส หอวัง ควักสมาร์ทโฟนขึ้นมาเสียบกับเครื่องโอนเงินอัตโนมัติ  ให้เจ้าบ่าวใช้บัตรเครดิตรูดปื๊ด หลังจากซองที่เตรียมมาเป็นค่าผ่านประตูหมดเกลี้ยง

เจ้าเครื่องโอนเงินอัตโนมัติที่ว่านี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร ลองมาดูกัน  แต่ที่แน่ๆธนาคารรับไทอินไปเต็มๆ  เครื่องรูดบัตรตัวจิ๋วนี้เรียกว่า mPOS (Mobile Point-of-Sale) อุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต โดยนำบัตรเครดิตไปเสียบเพื่อใช้รูดชำระค่าบริการ/สินค้า รับได้ทุกธนาคาร ทำงานเหมือนกับเครื่องรูดบัตร (EDC) ที่ใช้ตามเคาน์เตอร์ชำระเงินผ่านบัตรเครดิตทั่วไป  โดยผู้รูดชำระสามารถลงลายมือชื่อบนหน้าจอมือถือพร้อมใส่อีเมล หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือ โดยธนาคารจะทำการส่งหลักฐานการใช้บัตรให้ลูกค้าผู้ถือบัตรแทนการพิมพ์สลิปในปัจจุบัน  ข้อดีของเครื่องมือนี้คือ ความสะดวก สบาย รูดได้ทุกที่เพียงแค่มีสัญญาณเครือข่าย 3G หรือ Wi-fi ก็สามารถใช้งานได้แล้ว

โดยบรรดาพ่อค้า แม่ค้านิยมใช้เครื่องนี้กันมาก เพราะใช้ง่ายและพกพาไปได้ทุกที่ นางเอกสาวคริส หอวัง คงทำการบ้านมาดี หลังจากคำนวณแล้วว่าซองหมดก่อนแน่ เธอจึงได้เตรียมเครื่องรูดบัตรไว้ให้เจ้าบ่าวอย่างทันท่วงที  

Cr  :  ประชาชาติธุรกิจ
เว็บเกี่ยวข้อง  :  เครื่องรูดบัตร 

เลือกและใช้แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) อย่างไรไม่ให้ระเบิด

แบตเตอรี่สำรอง ( Power Bank ) กลายเป็นอุปกรณ์เสริมที่ขาดไม่ได้เลยของคนยุคนี้ แต่ปัญหาหนึ่งที่่เห็นกันตาม Webboard หรือบนเน็ทเรื่อยๆเลยก็คือแบตเตอรี่สำรอง ( Power Bank )ไหม้หรือระเบิด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือเกิดน้อยที่สุด  จึงขอแนะนำเทคนิคดังนี้

แบตเตอรี่สำรอง ( Power Bank )



ขอบคุณภาพจาก SnowGlobe สมาชิก Pantip.com
จากกระทู้ http://pantip.com/topic/33205365 


5 เทคนิค : เลือกและใช้แบตเตอรี่สำรอง ( Power Bank ) อย่างไรไม่ให้ระเบิด

1.เลือกแบตเตอรี่สำรอง  ( Power Bank ) ที่มีคุณภาพสูง จากร้านที่เชื่อถือได้และมีศูนย์จำหน่ายทั่วประเทศ
สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับในตลาดเลยก็คือร้านใหญ่แบรนด์ดังมีสาขามักจะเข้ม งวดเรื่องสินค้ามากกว่าร้านเล็กๆสาขาเดียว(ไม่ใช่ว่าร้านเล็กไม่ดีแต่ความ เข้มงวดโดยเฉลี่ยร้านแบรนด์ดังเข้มกว่า) ด้วยความที่พาวเวอร์แบงค์เป็นสินค้าที่ผลิตได้ง่ายและโดนปลอมเป็นประจำ การซื้อของปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้มีโอกาสไหม้และระเบิดมากกว่าของแท้ การซื้อร้านที่เชื่อถือได้จึงมีโอกาสได้สินค้าของแท้มากกว่าครับ

2.ชาร์จใครชาร์จมัน อย่าชาร์จมือถือผ่านแบตเตอรี่สำรอง ( Power Bank ) ถ้ากำลังชาร์จแบตเตอรี่สำรอง ( Power Bank ) อยู่
บางบ้านที่ไม่มีสายพ่วง อาจลักไก่คือเห็นพาวเวอร์แบงค์มีรูว่างอยู่ก็เลยเสียบชาร์จมือถือพร้อมกันไป เลย แบตจะได้เต็มทั้งพาวเวอร์แบงค์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิด เพราะจะทำให้พาวเวอร์แบงค์ทำงานหนักเกินไป อายุการใช้งานสั้นลงและถ้าสินค้าไม่ได้มาตรฐานด้วยอาจไหม้หรือระเบิดได้่

3.ความร้อนเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่สำรอง ( Power Bank )
ไม่ควรวางแบตเตอรี่สำรองบนทีร้อนเวลาชาร์จ เช่น บนเคสคอมพิวเตอร์ที่มีความร้อน เพราะความร้อนเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่ทุกประเภท เวลาชาร์จแค่วางไว้บนโต๊ะหรือพื้นธรรมดาก็พอแล้ว บางคนที่ชาร์จไว้บนเคสคอมก็เพราะมันใกล้ปลั๊กพ่วงเลยเอาสะดวกเข้าว่า ซึ่งไม่ดีต่อแบตเตอรี่สำรองเท่าไหร่
แบตเตอรี่สำรอง ( Power Bank )
ชื่อนี้มาจากจีนแต่ก็มีคนใช้เยอะอยุ่นะ

4.เมื่อซื้อมาใหม่ควรชาร์จให้อยู่ในสายตา
หากไม่มั่นใจว่า ของที่ซื้อมาใหม่เป็นของดีมีคุณภาพหรือไม่ควรชาร์จให้อยู่ในสายตา เช่น เวลาทำงาน อ่านหนังสือ เพราะถ้าของมันเสื่อมคุณภาพจริง การชาร์จเวลานอนแล้วมันไหม้ข้างหัวเตียงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ โอเคมันไม่ได้ระเบิดบ่อยขนาดนั้น แต่เพื่อความมั่นใจลองดูอาการเวลาชาร์จเอาไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย

5.ถ้าระเบิดหรือไหม้ขึ้นมาจริง หาถังดับเพลิงมาใช้งานดีกว่าดับด้วยน้ำ
การดับไฟที่ไหม้อยู่บนอุปกรณ์อิเล็คโทรนิครวมไปถึงแบตเตอรี่สำรองควรใช้ ถังดับเพลิงมากกว่า เพราะน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้าและอาจทำให้แบตเตอรี่อีกก้อนของแบตเตอรี่สำรองลัดวงจรและระเบิดคูณ 2 หรืออุปกรณ์อื่นๆพังเสียหายไปด้วย การมีถังดับเพลิงขนาดเล็กติดไว้ที่บ้านจึงปลอดภัยกว่าในเวลาที่เกิดเหตุสุด วิสัยขึ้นมาจริงๆ

Cr  :  MThai
เว็บเกี่ยวข้อง : แบตเตอรี่สำรอง ( Power Bank )

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ง่าย ๆ กับโคมไฟโซล่าเซลล์ ( โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ )

โคมไฟโซล่าเซลล์ ( โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ) ใช้งานง่าย ไม่ต้องเดินสายไฟ หรือใช้ไฟบ้าน สร้างความสะดวกให้อย่างมาก

หลายคนลังเลที่จะใช้ โคมไฟโซล่าเซลล์ ( โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ) ขออธิบายการเลือกใช้งานและวิธีใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดดังนี้

โคมไฟโซล่าเซลล์ ( โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ )
การเลือกใช้ โคมไฟโซล่าเซลล์ ( โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ) นั้นควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น

- โคมไฟถนน เหมาะกับพิ้นที่โล่ง มีแสงสว่างมาก
- ใช้ไนพื้นที่กว้าง หากเป็นโคมไฟสนาม ก็เหมาะกับพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ใช้สำหรับบ้านเรือน

นอกจากนี้ การวางแผงโซล่าเซลล์ให้ได้รับแสงแดด สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าให้ได้มากที่สุด ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เมื่อเราสามารถกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ได้มาก ประสิทธิภาพในการใช้งานก็จะมากขึ้นด้วย

การวางแผงโซล่าเซลล์ควรปฏิบัติดังนี้

- ควรวางแผงโซล่าเซลล์ในจุดที่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน โดยไม่มีอาคารสิ่งปลูกสร้าง หรือต้นไม้มาบดบังแสงแดด ( แสงแดดหมายถึง แสงสว่างในตอนกลางวันที่มีความร้อนด้วย ไม่ได้หมายถึงแสงสว่างอย่างเดียว )
- ตั้งแผงโซล่าเซลล์ ให้หันเซลล์ที่รับแสงแดด ไปทางทิศใต้ ทำมุมประมาณ 10-18 องศา ( หากไม่รุ้ทิศ แนะนำให้วางในที่ที่มีแสงแดดก็ได้เช่นกัน )

- ไม่ติดแผงโซล่าเซลล์ไว้ในที่ ๆ มีฝุ่นมาก และที่ ๆ มีไอระเหยจากน้ำ เนื่องจากทำให้แผงโซล่าเซลล์รับพลังงานได้ไม่เต็มที่

ซึ้่งแผงโซล่าเซลล์สามารถติดตั้งได้ ทั้งบนหลังคาและ พื้นดิน ส่วนตัวโคมไฟนั้น แบ่งเป็น 2 ประเภท Indoor, Outdoor หากเป็นประเภท Indoor ก็ไม่ควรนำไปใช้งานกลางแจ้ง เพราะทำให้ตัวโคมไฟเกิดความเสียหายได้ จึงควรใช้งานโคมไฟให้ถูกประเภท เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน

Cr  :  ledsorlarcell

เว็บเกี่ยวข้อง  :  โคมไฟโซล่าเซลล์ ( โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ )
                      http://i-synes.com/product/lighting/solar-lamp

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

'วีระ'ปรับ3หน่วยยุคโบราณเป็น'ดิจิทัล'

 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์,กระทรวงวัฒนธรรม,พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

"วีระ” คืนชีวิตภาพเก่า 20,000 ภาพ อายุกว่า 100 ปีผ่านออนไลน์ หลังสั่งปรับ 3 หน่วยทำงานแบบดิจิทัล

หอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เน้นเข้าถึงข้อมูลสะดวก รวดเร็ว ทันสมัย ค้นหาข้อมูล-หนังสือออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟน

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ) กล่าวว่า วธ. มอบหมายให้ 3 หน่วยงานของกรมศิลปากร ได้แก่ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สำนักหอสมุดแห่งชาติ และสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จัดทำโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและให้บริการประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ สะดวกรวดเร็วและทันสมัย โดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนให้ประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยการพัฒนาหอสมุดแห่งชาติ เน้น 4 โครงการ ได้แก่ 

1.การแปลงและนำเข้าข้อมูล 

2.พัฒนาระบบริการห้องสมุดดิจิทัลในรูปแบบ Mobile ค้นหาหนังสือออนไลน์ผ่านสื่อดิจิทัลแบบพกพาสมาร์ทโฟน 

 3.พัฒนาระบบนำเสนอห้องสมุดดิจิทัล (Digital Zone)

 4.เพิ่มประสิทธิภาพระบบสารสนเทศ ให้บริการเอกสารโบราณ หนังหายาก แผนที่ในรูปแบบดิจิทัล รวมไปถึงบริการออกเลขมาตราฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) ในแต่ละปีกว่า 100,000 เล่มด้วย

รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า สำหรับการพัฒนาหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขณะนี้ สามารถให้บริการเอกสารออนไลน์ได้แล้ว 886 รายการ อีกทั้งยังแปลงแผ่นฟิล์ม 30,000 แผ่น และสามารถให้บริการในระบบดิจิตอลออนไลน์ 15,000 แผ่น รวมถึงภาพเก่าอีก 20,000 ภาพ เป็นการให้บริการประชาชนมาศึกษาค้นคว้าแทนการใช้การค้นหาบัญชีแบบเดิม ซึ่งจะส่งผลดีต่อการอนุรักษ์เอกสารหอจดหมายเหตุที่มีอายุเป็นร้อยๆปี ส่วนการพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เน้น 2 โครงการ 

1.โครงการพิพิธภัณฑ์ปฏิสัมพันธ์เสมือนจริง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของพิพิธภัณฑสถานให้ดูทันสมัย น่าเรียนรู้ น่าสนใจ โดยการพัฒนาและสร้างแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยใช้สื่อสมัยใหม่ ได้แก่ อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟน และ

2.โครงการนำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติดิจิทัล โดยใช้สมาร์ทโฟนในการเพิ่มความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่และประชาชนในการนำ เทคโนโลยีมาใช้เพื่อการนำชมพิพิธภัณฑสถาน

“การพัฒนาเข้าสู่ระบบดิจิทัล จะต้องมีการพัฒนาระบบฮาร์ดแวร์ ในเรื่องของอุปกรณ์แม่ข่าย เครื่องสแกนหนังสือ เครื่องสแกนเอกสารโบราณ เครื่องสแกนแผนที่ ซอฟแวร์ในการแปลงและปรับแต่งเอกสาร ในการส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบออนไลน์ด้วย เพื่อให้บริการในการเข้าถึงข้อมูลและการศึกษาค้นคว้า รวมถึงการพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัย เป็นการพัฒนากระบวนการเรียนการให้บริการค้นคว้าหนังสือ จดหมายเหตุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในรูปแบบที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น”นายวีระ กล่าว

Cr  :  กรุงเทพธุรกิจ

เว็บเกี่ยวข้อง : เครื่องสแกน 
                   เครื่องสแกนแบบพกพา

โรงรับจำนำของรัฐเตรียมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยบริการแก่ ปชช.

สำนักงานธนานุเคราะห์ หรือ โรงรับจำนำของรัฐ เตรียมจัดงานก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อบริการประชาชนให้รวดเร็วและมีมาตรฐาน พร้อมเผยสถานการณ์การจำนำของประชาชนในช่วงหลังสงกรานต์ว่า มีการใช้บริการมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น เครื่องสแกนลายนิ้วมือ, เครื่องอ่านบาร์โค๊ด, เครื่องอ่านบัตรประชาชน

นาย มานะ เกลี้ยงทอง ผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ เผยว่า หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์และช่วงก่อนเปิดภาคเรียนของทุกปี จะมีประชาชนจำนวนมากนำทรัพย์สินมาเข้าโรงรับจำนำของรัฐ โดยปีนี้มีแนวโน้นสูงมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่คล่องตัวมากนัก ซึ่งสิ่งของที่ประชาชนจำนำเป็นอันดับ 1 คือ ทองคำ ประมาณร้อยละ 95 ทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณ รองลงมาคือ นาฬิกา อุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ และ เครื่องใช้ไฟฟ้า

นอกจากนี้ นายมานะ ยังกล่าวเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับงานบริการของสำนักงานธนานุเคราะห์ ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยและผู้ที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้า และขาดแคลนเงินใช้ในการดำรงชีพ และการประกอบอาชีพ โดยมีการนำทรัพย์สินมาจำนำเสียดอกเบี้ยในอัตราขั้นต่ำ เพื่อเป็นการตรึงระดับอัตราดอกเบี้ยรับจำนำ รวมถึงการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ เพื่อให้บริการประชาชนอย่างรวดเร็วและมีมาตราฐานมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ มีการทำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้   การนำเครื่องสแกนลายนิ้วมือมาใช้แทนรูปแบบเดิม การนำเครื่องอ่านบาร์โค๊ดและเครื่องอ่านบัตรประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สำนักงานธนานุเคราะห์ เตรียมจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 60 ปี โดยภายในงานมีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการประวัติและวิวัฒนาการของทองคำกับการปรับตัวโรงรับจำนำ รวมถึงการประมูลทรัพย์หลุดจำนำ เพื่อเป็นการคืนกำไรสู่ประชาชน สำหรับคนที่สนใจสามารถร่วมงานได้ในวันที่ 25 เมษายน 2558 เวลา 11.30 - 15.30 น. ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 9

Cr  :  ครอบครัวข่าว

ไซต์เกี่ยวข้อง  :  เครื่องอ่านบาร์โค๊ด http://i-synes.com/barcode-reader
                       เครื่องรูดบัตร 

แบตเตอรี่สำรองนำขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่

กฎการพกพาแบตเตอรี่สำรองขึ้นเครื่องบิน


IATA (International Air Transport Association) หรือ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ได้กำหนดมาตรฐานการพกพาแบตเตอรี่สำรอง ( Power Bank ) ขึ้นเครื่องบินเอาไว้ มีรายละเอียดดังนี้


Powerbank_TH


1. แบตเตอรี่สำรองสามารถนำใส่กระเป๋าติดตัวถือขึ้นเครื่องบินได้ในจำนวนและปริมาณที่จำกัด ได้แก่

1.1 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้าน้อยกว่า 20,000 mAh หรือน้อยกว่า 100 Wh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่มีการจำกัดจำนวน

1.2 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้า 20,000 – 32,000 mAh หรือ 100-160 Wh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกินคนละ 2 ก้อน

1.3 แบตเตอรี่สำรองที่มีความจุไฟฟ้ามากกว่า 32,000 mAh หรือ 160 Wh ห้ามนำขึ้นเครื่องในทุกกรณี

2. ห้ามนำแบตเตอรี่สำรองใส่กระเป๋าเดินทางโหลดใต้เครื่องในทุกกรณี

ใครที่จะพกพาแบตเตอรี่สำรองขึ้นเครื่องบิน ก่อนเดินทางก็เตรียมตัวกันให้ดีนะครับ หากลืมอาจโดนยึด Power Bank ก่อนขึ้นเครื่อง จะเที่ยวไม่สนุกเอานะ ^^

Cr  :  MThai

เว็บไซต์เกี่ยวข้องแบตเตอรี่สำรอง  :  http://i-synes.com/battery-13700