แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อิม อชิตะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อิม อชิตะ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

“หนูอิมอิม” เผยแล้ว ถึงเวลาลากไส้คนเคยรัก

ถึงเวลาลากไส้! “หนูอิมอิม” เผยแล้ว สาเหตุเลิกอดีตคนรัก
        “หนูอิมอิม” เผยความจริงสุดช็อก ถูกอดีตคนรักหลอกหวังผลประโยชน์ โกหกทุกอย่างหวังบีบให้ออกจากรายการตัวเอง ช็อกหนักถูกบอกเลิกต่อหน้าบุพการี ลั่นต่อจากนี้ขอตัดขาดไม่ยุ่งเกี่ยวอีก
      
       จากกรณีที่วานนี้(21 เมษายน 2558) “หนูอิมอิม ก้าวมหัศาจรรย์” ได้นัดสื่อมวลชนเพื่อแถลงข่าวเปิดใจประกาศเลิกรากับแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจมา 2 ปี ด้วยอาการน้ำตานองหน้า โดยยังไม่ระบุว่าหนุ่มคนดังกล่าวเป็นใคร และเหตุผลที่แท้จริงในการเลิกรากันเป็นเพราะอะไร ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (22 เมษายน) เจ้าตัวได้ออกมาแฉสิ้นไส้ในรายการ “ปากโป้ง” ช่อง 8 ระบุว่าถูกอดีตคนรักหักหลัง ทั้งที่ตนหวังดีมาตลอด




       “เรื่องที่เกิดขึ้นยอมรับว่าเป็นสิ่งที่หนักมากหนักสุดๆ กว่าทุกครั้ง เพราะ มันเป็นสิ่งที่เราไม่ได้เตรียมตัวเตรียมความพร้อมรับไม่ทันจริงๆ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเรามัวทำแต่งานพอมาเจอแบบนี้เลยรู้สึกรับตัวเอง ไม่ได้ทำเอาช็อกไปเลย ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นถ้าย้อนกลับไปที่แฟนคนเก่าก็มีลักษณะคล้ายๆ กันทั้งบุคลิกการพูดจาแต่สุดท้ายก็หลอกเราเหมือนเดิม แต่กับแฟนคนเก่าเรื่องของเงินก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรแล้วเพราะเขาเอาเงินมาคืน หมดแล้วก็จบกันด้วยดี"
      
       “กับแฟนคนที่เพิ่งประกาศเลิกกันนั้นเริ่มรู้จักกันนานแล้วเริ่มจาก ตอนนั้นหนูทำธุรกิจขายเคสต์มือถือในอินสตาแกรมแล้วเขาก็เข้ามาเป็นลูกค้าก็ เลยทำได้มีโอกาสรู้จักกัน จากนั้นก็ได้คุยกันมาเรื่อยๆ ตอนนั้นก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาเป็นนักแสดงหน้าใหม่จนคุยกันและก็จีบกันตลอดบวก กับตอนนั้นเราโสดด้วยยอมรับว่าอยากมีแฟนเลยตัดสินใจคบกันเป็นแฟน เลยรู้ว่าเขาก็เป็นนักแสดงด้วยเหมือนกัน”
      
       “แต่หลังจากที่ตัดสินใจคบกันได้สักพักเขาบอกว่าเราไม่สามารถที่จะ เปิดตัวเราเป็นแฟนได้นะ เพราะทางต้นสังกัดเขาจะปั้นเขาเป็นพระเอกเลยไม่สามารถที่จะเปิดตัวหนูได้ว่า เป็นแฟน ซึ่งตอนนั้นหนูคิดว่ามันเป็นเพราะอะไรมันยุคสมัยใหม่แล้ว พระเอกดังหลายคนเขาประกาศว่าตอนนี้มีแฟนยังไม่เห็นมีผลกระทบอะไรเลย แต่ หนูบอกว่าหนูไม่ปิดนะเพราะเราเป็นคนเปิดเผยแต่อาจจะไม่ได้บอกว่าเขาเป็นใคร จากนั้นไม่นานเขามาบอกกับเราว่าตอนนี้ทางต้นสังกัดไม่พอใจอิมมาก เพราะอิมเป็นคนนักแสดงโลว์ทำให้เขาดูแย่ พอเราได้ยินก็เลยรู้สึกว่าเราแย่ขนานนั้นเลยหรือ และได้มีโอกาสไปเจอแม่อิมแม่ก็เตือนว่าอย่าคบกับผู้ชายคนนี้เลยเพราะเขาจะ เหยียบเราติดดิน”
      
       “ซึ่งก็ไม่เชื่อแม่เพราะเรารักเขา พยายามจะเปลี่ยนเขาให้ได้ เลยแนะนำให้เขาไปบวชเผื่อจะมีอะไรดีขึ้น ซึ่งเขาก็ยอมไปบวช 15 วัน หลังจากที่สึกออกมาทางต้นสังกัดเขาขอยกเลิกสัญญาของเขาบอกว่าไปทำเรื่องมา กลัวจะเสื่อมเสีย เลยทำให้หนูคิดว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะว่าเราหรือเปล่า”
      
       เผยชวนมาทำรายการ สอนขั้นตอนการทำงานทุกอย่าง แต่กลับมาโกหกหลอกลวงหวังบีบให้ออกจากรายการที่ปั้นมากับมือ
       “ต่อมาหนูก็ทำรายการเกี่ยวกับท่องเที่ยวเลยดึงเขาเข้ามาทำงานด้วย สอน เขาตั้งแต่การทำแผนเสนอรายการ พาไปพบลูกค้าเพื่อเสนองาน พาไปช่องเพื่อคุยงาน สอนเขาทุกอย่างจนเค้าสามารถทำแทนเราได้ อิมไปทำงานตรงอื่นต่อเพราะไว้ใจแล้ว จนไม่นานเขามาบอกว่าตอนนี้ทางช่องไม่ต้องการให้อิมเป็นพิธีกรรายการนี้แล้วเพราะหน้าไม่ชัดเจนกับเรื่องของท่องเที่ยว"
      
       “ตอนนั้นงงเหมือนกันว่าหน้าเราไม่ตรงกับท่องเที่ยวอย่างไงเพราะเราก็ ทำอยู่ตั้งหลายรายการ จบจากเรื่องช่องเขาก็มาบอกอีกว่าตอนนี้ลูกค้าจะไม่อยากให้เราเป็นพิธีกรแล้ว อีก เขาบอกลูกค้าต้องการเขาคนเดียวเท่านั้น ตอนนั้นอิมยังถามเขาเลยว่าลูกค้าไม่รู้หรือว่ารายการนี้อิมเป็นเจ้าของอิม รู้สึกแย่มากเลยตัดสินใจเข้าไปคุยกับช่องว่าไม่อยากได้เราเป็นพิธีกรแล้ว หรือ ซึ่งคำตอบที่ได้จากช่องคือช่องบอกว่าไม่เคยบอกเลย ถ้าเราทำดีหรือว่าไม่ดีจะมีหนังสือเตือนไป ไม่ใช่บอกแบบนี้”
      
       “อิมโทร.ไปหาลูกค้าที่จะตัดเราออกจากรายการลูกค้าบอกว่าไม่เคยพูดเหมือนกัน เลย ทำให้อิมเริ่มรู้สึกว่าเขาทำแบบนี้เพื่ออะไร คนที่เรารักทำไมเขาทำกับเราแบบนี้ จนตอนหลังอิมก็รู้อะไรหลายอย่างว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเขาไม่ได้โกงเราแต่เขา ต้องการจะบีบเราออกจากรายการที่เป็นของเราเอง เพื่อผลประโยชน์บางสิ่งบางอย่างของตัวเขา”
      
       สุดช็อกถูกบอกเลิกต่อหน้าแม่ ฝ่ายชายบอกเลิกรักนานแล้ว
       “ตอนหลังเขามาบอกกับอิมว่าเขาไม่ได้รักเราเป็นปีแล้วเขาบอกต่อหน้าแม่ของอิมด้วย เลย ทำให้เรารู้สึกเสียใจมากว่าทำกับเราแบบนี้ได้อย่างไร เรารักเขาหวังดีกับเขาทุกอย่างแล้วทำไมต้องทำแบบนี้กับเราซึ่งเลยทำให้อิม ถึงกับช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้น และสิ่งที่อิมออกมาพูดไม่ได้ต้องการให้คนเห็นใจไม่ต้องสงสาร อิมล้มแล้วเดียวลุกขึ้นมายืนได้แต่ขอเวลาสักพัก แต่สิ่งที่อยากจะ บอกกับทุกคนรวมถึงสังคมว่าจากนี้ไปอิมกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ร่วมถึงเรื่องของธุรกิจก็ไม่เกี่ยวข้องกัน ถ้าเขาจะเอาชื่อของอิมไปทำอะไรขอบอกเลยว่าไม่เกี่ยวข้องกันตัดขาดกันทุกสิ่ง ต่างคนต่างอยู่ และอิมก็พร้อมที่จะเคลียร์เงินทุกอย่างเพื่อจะได้จบสิ้นต่อกัน” 


Cr : Manager Online