แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Android แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Android แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์


นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์
Photo : Moto 360

ทาง Google ในสหรัฐฯได้พัฒนา Android Wear อุปกรณ์สวมใส่อย่างนาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch)  ทีทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ท่ามกลางการพัฒนาของ Apple Watch เป็นที่น่าจับตามองของเกมการแข่งขันนี้

ทาง Google ได้เริ่มผลิต Android Wear ร่วมกับพันธมิตรหลายรายแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Asus, HTC, LG, Motorola และ Samsung แล้ว การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Sundar Pichai หัวหน้าทีม Android ของ Google ได้เปรยออกมาแล้วว่า Google จะออกอุปกรณ์สวมใส่เวอร์ชันแอนดรอยด์ในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ไฮไลท์ของ "นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch)" ที่มีการนำเสนออกมาจะเป็นความสามารถในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็น (location) ที่เราอยู่ในขณะนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ (อัตราการเต้นของหัวใจ เครื่องวัดความดันโลหิต ฯลฯ) และการใช้ร่วมกับการออกกำลังกาย (fitness) ฯลฯ โดยส่วนติดต่อผู้ใช้จะทำงานด้วยงการสั่งการด้วยเสียง (voice-based interface) ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับ นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) ที่ทาง Google ได้โพสต์ข้อมูลเบื้องต้นไว้ในบล็อกของบริษัทมีดังนี้ค่ะ

-ผู้ใช้ นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) อัจฉริยะที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android สามารถดูภาพสดจากกล้องวงจรปิดหรือ กล้อง IP Camera ของตัวเอง โดยดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “IP Camera Viewer” ซึ่งเป็นโปรแกรมเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิด หรือ กล้อง IP Camera สำหรับสอดส่องความปลอดภัยและเหตุการณ์ต่างๆ ในบ้าน ออฟฟิศ ที่จอดรถ และสถานที่อื่นๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา   แอพพลิเคปพลิเคชันกล้อง IP Camera เป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจบางประเภทและเจ้าของบ้านบางราย และเพิ่มความสะดวกมากขึ้นเมื่อตรวจสอบได้จากนาฬิกาสวมใส่ ไม่ต้องรับชมจากจอทีวีขนาดใหญ่บนผนัง  นอกจากนี้ผู้ใช้สามารถทำการอัพเดทคุณสมบัติอื่นๆ เพิ่มเติมในกล้อง IP Cameraได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งไดรเวอร์เพิ่ม การปรับปรุงแก้ไขไดรเวอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ตลอดจนการตั้งค่าให้บันทึกวิดีโอลงแหล่งเก็บข้อมูลออนไลน์ Dropbox มีทางลัดที่หน้าจอหลัก และรองรับการใช้งานกับ Chromecast ส่งหน้าจอขึ้นทีวีได้ทันที

-การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ มากที่สุด นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) จะแสดงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวผู้ใช้ และสามารถแนะนำสิ่งที่จำเป็นให้ได้อีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อเวลาที่คุณต้องการข้อมูลนั้น ด้วยแอพพลิเคชันชันต่างๆ บน Android ที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์สวมใส่ดังกล่าว จะทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลอย่างเช่น โพสต์ข้อความ และอัพเดทจากแอพโซเชียลเน็ตเวิร์ก แชตด้วยแอพเมสเสจจิ้ง แจ้งเตือนเกี่ยวกับข้อมูลสินค้าบริการที่คุณสนใจจากเว็บไซต์ชอปปิ้ง ข่าววสาร และภาพถ่าย จากแอพต่างๆ เป็นต้น

-เลขาส่วนตัวบนนาฬิกาข้อ มือแอนดรอยด์ (Android Watch)ที่สั่งด้วยเสียงได้เลย แค่ออกคำสั่งว่า “OK Google”  ผู้ใช้ก็จะสามารถมถามข้อมูลที่ต้องการทราบได้ทันที อย่างเช่น อะโวคาโดให้พลังงานกี่แคลอรี่ เที่ยวบินของคุณจะออกกี่โมง ผลฟุตบอล เป็นต้น นอกจากนี้ คุณยังสามารถบอกว่า “OK Google” เพื่อให้ Android Wear จัดการงานบางอย่างให้คุคณได้ เช่น เรียกแท็กซี่ ส่งข้อความ จองที่นั่งในภัตตาคาร หรือแม้แต่ตั้งนาฬิกาปลุก

-ติดตาม และดูแลสุขภาพให้คุณฟิตอยู่เสมอ ผู้ใช้สามารถตั้งเป้าการดูแลสุขภาพ ตลอดจนการออกกำลังกาย โดยมีผู้ช่วยอย่าง นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) คอยแจ้งเตือนให้คุณมีวินัยกับตัวเอง พร้อมทั้งสรุปความฟิตแอนด์เฟิร์มให้คุณทราบได้อีกด้วย แอพฟิตเนสที่คุณชื่นชอบจะสามารถแจ้่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ให้ทราบได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการวิ่งของคุณ ระยะทาง ตลอดจนเวลาที่ใช้ในการวิ่ง จำนวนรอบ ไปจนถึงจำนวนก้าวได้ หรืออัตราการเต้นของหัวใจและวัดความดันโลหิตได้ด้วย สุขภาพมาพร้อมกับความสนุกค่ะ

-ประตูสู่โลกหลายจอ ผู้ใช้ นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) จะสามารถเข้าถึง และควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ จากข้อมือได้ เพียงแค่ออกคำสั่งว่า “OK Google” เพื่อเปิดเพลงที่ชื่นชอบบนมือถือ หรือเลือกดูหนังที่ต้องการบนทีวี และอื่นๆ อีกมากมาย สรุป มันก็คือ รีโมทสั่งด้วยเสียงสำหรับอุปกรณ์ฉลาด smart devices นั่นเอง

แนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) ก็คือ การทำให้ผู้ใช้ได้ทราบข้อมูลที่จำเป็น และเกี่ยวข้องกับตัวเองตลอดเวลารวมทั้งสอดส่องความปลอดภัยและเหตุการณ์ต่างๆ ในบ้าน ออฟฟิศ โดยโต้ตอบด้วยกิจกรรมต่างๆ กับข้อมูลที่ต้องการด้วยการสั่งด้วยเสียงของผู้ใช้ เพื่อให้เข้าใจการทำงานของอุปกรณ์สวมใส่สายพันธุ์ Android มากขึ้น เชื่อว่า มันจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของเราค่ะ

มาดูทางฝั่งของผู้ผลิตกันบ้าง นะคะ นอกจาก Google จะเริ่มผลิตอุปกรณ์ร่วมกับบริษัทไอทีชั้นนำแล้ว ทางบริษัทยังกำลังทำงานร่วมกับผู้ผลิตชิป และบริษัทแฟชั่น เพื่อทำสมาร์ทวอช หรือนาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch)อัจฉริยะ Android Wear ของ Google เองอีกด้วย ไม่ว่าจะเปิดตัวนาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) รุ่น G Watch หรือ  Moto Moto 360 smartwatch

อุปกรณ์สวมใส่เป็น แนวโน้มที่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีที่สำคัญ ทางด้าน Apple ก็มีข่าวว่า ซุ่มพัฒนาสมาร์ทวอชรุ่นใหม่ ๆเหมือนกัน แต่การมี นาฬิกาข้อมือแอนดรอยด์ (Android Watch) ของ Google น่าจะสร้างความสนใจให้กับผู้บริโภคทั่วโลกได้มากที่สุด เพราะเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่ไม่ได้มาเป็นแบรนด์เดียว แต่มีผู้สนับสนุนทางด้านฮาร์ดแวร์หลายเจ้าลงมาเล่นพร้อมๆ กัน  แรงกระเพื่อมครั้งนี้จะทำให้หมวดผลิตภัณฑ์สวมใส่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่าง แน่นอน

Cr.โลกวันนี้,ครอบครัวข่าว

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

Review: i-mobile IQ 1.5 DTV ฟรีดิจิตอลทีวีบนมือถือ


I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       กระแสทีวีดิจิตอลกำลังมาแรง และลามมาถึงเครื่องสมาร์ทโฟนที่เราต้องพกพาติดตัวกันแทบทุกคน i-mobile IQ 1.5 DTV ถูกพัฒนาให้ควบรวมความสามารถของทีวีดิจิตอลเข้าไว้ในตัว พร้อมตอบสนองการถ่ายภาพเซลพีด้วยโหมด i-View เปลี่ยนสภาพรูปหน้าให้สวยใสได้ตามจินตนาการ และการออกแบบตัวเครื่องที่สวยเรียบสไตล์โมเดิร์น ที่สำคัญราคาที่ให้มาเกินคุณภาพของเครื่องอย่างแน่นอน
    
       การออกแบบและสเปก
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       i-mobile IQ 1.5 DTV ถูกออกแบบให้มีความเรียบร้อยของชิ้นงาน ซึ่งอาจจะดูคล้ายโทรศัพท์แบรนด์หรูอยู่บ้างอันนี้ก็ต้องทำใจเพราะเทรนด์มัน มาทางนี้ แต่กระนั้นตัววัสดุที่เลือกใช้เป็นโครงแบบอลูมิเนียมแบบโค้งมน พร้อมเจาะช่องให้เสียงออกด้านล่างแบบสามแถวเรียงเป็นแนว 2 ฝั่งทั้งซ้ายขวา โทนของสีเลือกใช้แบบทูโทนมีให้เลือกทั้งโครเมียม-ขาว และโครเมียม-เทา ฝาหลังเปิดได้ เพื่อความสะดวกของการเปลี่ยนแบตเตอรี่ โดยรวมนับว่ามีความกระชับมืออยู่พอสมควรทั้งน้ำหนักและการออกแบบขอบโดยรอบ ให้โค้งมน และสำหรับเครื่องที่ได้มาทดสอบนั้นจะเป็นสีโครเมียม-ขาว โทนสีและการออกแบบเช่นนี้ทำให้เรานึกถึงสมาร์ทโฟนผลไม้ขึ้นชื่อได้อย่างไม่ ยากเย็นนัก เราลองมาดูกันว่า i-mobile IQ 1.5 DTV จะมีความสามารถโดดเด่นเกินราคาขายมากน้อยเพียงใด
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       ด้านหน้า - สีขาวของแผ่นด้านหน้าแบบเคลือบใสจัดวางได้ตำแหน่งที่ลงตัวดีสำหรับขอบสี โครเมียมแบบไม่ขัดเงา โดยด้านบนซ้ายสุดจะเป็นไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน ถัดมาเป็นกล้องขนาด 8 ล้านพิกเซลสำหรับการถ่ายเซลฟี่ ตรงกลางเป็นลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ด้านข้าง พร้อมแฟลช LED ช่วยให้การถ่ายภาพเซลฟี่ในที่มืด ถัดลงมาเป็นหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว และปุ่มสัมผัสเรืองแสง 3 ปุ่มตามมาตรฐานแอนดรอยด์
    
     

    
       ด้านหลัง - มีกล้องขนาด 12 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช LED เป็นจุดเด่นอยู่ด้านบนซ้าย โดยด้านขวาจะเห็นจุดเล็กๆซึ่งเป็นช่องสำหรับดูดเสียงเข้าไมโครโฟนที่นับว่า แตกต่างจากเครื่องรุ่นอื่นๆ นั่นเพราะตำแหน่งไมโคโฟนตรงนี้จะช่วยให้การดูดเสียงยามที่ต้องอัดวิดีโอมี ประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง ถัดลงมาเป็นโลโก้ IQ บ่งบอกชื่อรุ่นชัดเจน ขณะที่ด้านล่างสุดมีสัญลักษณ์ของไอโมบาย และด้านซ้ายจะเห็นร่องสำหรับแกะฝาหลัง
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       ด้านซ้าย - ไม่ใปุ่มใดๆเห็นเพียงขอบอลูมิเนียมแบบไม่ขัดเงา ด้านขวา - มีปุ่มเปิด-ปิดเครื่องใช้วัสดุอลูมิเนียมเช่นเดียวกับแกนกลางเครื่อง พร้อมปุ่มเพิ่ม - ลด เสียงที่ด้านบนแบบอลูมิเนียมเช่นเดียวกัน
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       ด้านบน - มีช่องเสียบหูฟังหรือสมอลทอร์ค พร้อมช่องเสียบสายชาร์จแบบไมโครยูเอสบี และด้านซ้ายมีเสาอากาศแบบขยายยาวได้เพื่อรับสัญญาณดิจิตอล DVB-T2 ขณะที่ด้านล่าง - มีลำโพงเรียงเป็นแนวสวยงานอยู่ตรงแกนกลางทั้งสองฝั่ง ดูสวยงามและมีประโยชน์ทางกายภาพ ทำให้เสียงลอดผ่านได้เมื่อต้องวางเครื่องด้านหลังแนบพื้น
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       i-mobile IQ 1.5 DTV มาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสแบบ Capacitive ขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1280 พิกเซล ให้สีสันได้มากถึง 16.7 ล้านสี ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผล Quad-core ARM Cortex-A7 MPCore รุ่น MediaTek MT6582 ความเร็วนาฬิกาสูงสุด 1.3 GHz และหน่วยประมวลผลภาพแบบ GPU Mali-400MP2 ให้ภาพที่สวยงาม ทำงานบนแรมขนาด 1GB พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูล 8 GB (รุ่นที่นำมาทดสอบ) สามารถเพิ่มหน่วยความจำแบบไมโครเอสดีการ์ดได้สูงสุด 32GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.4 (Kitkat) รองรับการใช้งานเครือข่าย 3G บนย่านความถี่ 850, 900, 2100 MHz (AIS/ Dtac/ True/3GX) ความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด HSDPA 21 Mbps พร้อมรองรับ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11 b/g/n/ac มีบลูทูธ V4.0 วิทยุ FM มีจีพีเอสสำหรับแอปพลิเคชันนำทางและระบุพิกัดที่อยู่ รองรับสัญญาณดิจิตอลทีวี DVB-T2 (สัญญาณทีวีดิจิตอลในประเทศไทย) พร้อมกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลชและกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช ความจุแบตเตอรี่ลิเทียม 1,800 mAh
    
       ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       Multi-gesture เป็นหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจ สามารถเพิ่มความสะดวกในการเปิดโหมดจากหน้าโฮมได้อย่างรวดเร็ว หากแต่ต้องจำหน่อยว่าการวาดมือสองนิ้วและสามนิ้วบนหน้าโฮมนั้นจะเข้าสู่โหมด ใดได้บ้าง โดยรายละเอียดของการใช้ Multi-gesture ก็คือ ใช้สองนิ้วลูดจากล่างขึ้นบนจะเข้าสู่โหมด 'ข้อความ' และถ้าลูดจากบนลงล่างจะเข้าสู่โหมด 'โทรศัพท์' ขณะที่รูดจากซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้าย เป็นการเพิ่มหรือลดเสียง ขณะที่การใช้ 3 นิ้วเพื่อรูดหน้าจอ การรูดจากล่างขึ้นบนจะเป็นการเข้าสู่โหมด 'กล้อง' และการรูดจากบนลงล่างจะเป็นการ 'บันทึกภาพหน้าจอ'
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       ฟีเจอร์เครื่องรับสัญญาณทีวี ดิจิตอลในตัว พร้อมเสาอากาศแบบยืดได้ ช่วยให้เครื่องโดดเด่นจากตลาดอย่างชัดเจน แน่นอนว่าความชัดของทีวีดิจิตอลช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมรายการใหม่ๆที่ เกิดจากการประมูลช่องดิจิตอลระหว่างเดินทางได้เป็นอย่างดี แต่กระนั้นการเปิดใช้งานระบบดูทีวีก็ต้องแลกมาด้วยอาการกินแบตเตอรี่ของ เครื่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แนะนำว่าควรพกพาแบตเตอรี่สำรองติดกระเป๋าระหว่างเดินทางเพราะไม่เช่นนั้น แล้วสมาร์ทโฟนเครื่องเก่งอาจจะเป็นเพียงอุปกรณ์เพิ่มน้ำหนักระหว่างเดินทาง ก็เป็นได้
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       แอปถ่ายภาพ i-View ช่วยเพิ่มฟีเจอร์การถ่ายภาพด้วยตัวเองแบบฟรุ้งฟริ้งได้อย่างสวยงาม โดยมีการเพิ่มฟิลเตอร์การถ่ายหรือการปรับแต่งหลังการถ่าย
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       กล้องกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซลที่มีรูรับรับแสงกว้างถึง f 2.0 พร้อมแฟลชแบบ LED ที่สามารถระบุพิกัดลงบนภาพถ่ายได้ทันที ช่วยให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องสนุกขึ้น แม้ว่าจะใช้เครื่องที่ราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในท้องตลาด
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       รองรับ 2 ซิมการ์ดยังเป็นมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหล ด้วยความง่ายของการออกซิมการ์ดของผู้บริโภค ความจำเป็นของการพกพาเครื่องเดียวแต่ได้ถึง 2 เบอร์จึงเป็นสิ่งที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       ของแถมภายในกล่องที่มีมาให้ครบ ทั้งหน้ากากกันรอยแบบใส แผ่นกันรอยหน้าจอ ขาตั้งแบบพกพา หรือแม้กระทั่งสายสมอลทอร์ค ก็ถูกบรรจุมาในกล่องนอกเหนือจากสายชาร์จไฟและอแดปเตอร์เหมือนรายอื่นๆ นับเป็นอีกหนึ่งความพร้อมของมือถือพร้อมใช้ที่น่าจะเรียกได้ว่าเพียงพอ สำหรับการใช้งานหลังซื้อทันที
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       ผลการทดสอบด้วยโปรแกรมทดสอบ ประสิทธิภาพบนแอนดรอยด์อย่าง Quadrant และ Antutu ได้คะแนน 6,554 คะแนน และ 18,392 คะแนน ตามลำดับ หน้าจอรองรับการสัมผัส 5 จุดพร้อมกัน
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       ทดสอบการใช้งาน HTML 5 ผ่าน Vellamo ได้ 1,577 คะแนน ส่วนประสิทธิภาพตัวเครื่องได้ 724 คะแนน และทดสอบมัลติคอร์ได้ 1,225 คะแนน ทดสอบกราฟิกผ่าน Nenamark1 ได้ 54.5 fps Nenamark2 52.7 fps ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่ปานกลาง
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       ขณะที่การทดสอบด้วยโปรแกรม Passmark Performance Test Mobile ได้คะแนน System 2,442 คะแนน CPU 9,492 คะแนน Disk 5,728 คะแนน Memory 1,921 คะแนน 2D Graphics 2,096 คะแนน และ 3D Graphics 783 คะแนน
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       การทดสอบแบตเตอรีด้วย Geekbench3 ด้วยมาตรฐานการใช้งานแบบหนัก ทำเวลาได้ 1,450 คะแนน สามารถทำเวลาได้นาน 5 ชั่วโมง 24 นาที 10 วินาที จากปริมาณไฟในแบตเตอรี่เต็ม 100% - 3%
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       ส่วนการทดสอบ CF-Bench ดูรายละเอียดได้จากรูปด้านบน
    
     
I-Mobile ดิจิตอลทีวีบนมือถือ

    
       การทดสอบโปรแกรม 3DMARK รายละเอียดตามลำดับ Ice Stormได้ 2,861 คะแนน Ice Storm Extreme ได้ 2,085 คะแนน Ice Storm Unlimited ได้ 3,148 คะแนน
    
       จุดขาย
       - ความละเอียดหน้าจอ 720X1280 พิกเซล มีความละเอียดที่สมราคา
       - รวดเร็วด้วยหน่วยประมวลผลแบบ 1.3GHz Quad core
       - ฟังก์ชัน i-Views ช่วยเพิ่มความสามารถในการถ่ายภาพได้สนุกมากขึ้น
       - ราคาเพียงแค่ 4,990 เท่านั้น
       - หน้าจอใหญ่ 4.7 นิ้ว
    
       ข้อสังเกต/ตอบจุดขายหรือไม่
    
       - แบตเตอรี่ที่ให้มานับว่ายังน้อยเมื่อเทียบกับความสามารถในการดูทีวีดิจิตอล
       - ผลของกล้อง 13 ล้านพิกเซล ยังไม่ประทับใจด้วยค่าของสีและแสงที่ไม่คงที่
    
       ฟันธง! ความคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียไป
       i-mobile IQ 1.5 DTV มีความคุ้มค่าเรื่องราคาถ้าเทียบกับความสามารถที่ได้กลับมาเป็นอย่างมาก โดยรวมนับว่าคุ้มค่าและคุ้มราคา ขอเพียงแต่พกแบตเตอรี่สำรองติดตัวไปทุกที่ เท่านี้ก็สามารถสื่อสารและดูทิวีดิจิตอลได้ ทุกที่ทุกเวลา
    
       แต่หากจะมองถึงความความทนทาน ซึ่งเป็นประเด็นที่แบรนด์เล็กไม่สามารถสู้แบรนด์ระดับอินเตอร์ได้อย่างแน่ นอน งานนี้ใครรักแบรนด์ไทย จัดไปอย่าให้เสีย หรือหากใครติดละครแนะนรุ่นนี้เลยไม่เสียดายแน่นอน

Cr  :  Manager Online

เรื่องเกี่ยวข้อง  :   http://android2tv.superwebsite.com/th/products/view/6284
                   :   http://android2tv.spin.li/android-tv-box/
                   :   http://android2tv.webstarts.com/android_box.html
                   :   http://android2tv.page.tl/Android-Box.htm
                   :   http://android2tv.page.tl/Android-TV-Box.htm
                  

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558

ตามหามือถือ Android ของเราแบบทันใจ แค่พิมพ์ Find My Phone บนเว็บ Google

type-find-my-phone-on-google-website-to-locate-my-android-device

จากที่ตอนแรกๆ การตามหามือถือ หรือสมาร์ทโฟนนั้น จะต้องติดตั้งแอพ Android Device Manager หรือต้องจำชื่อเว็บไซต์ google.com/android/devicemanager หรือ android.com/devicemanager เพื่อเรียกใช้งานตามหามือถือของเราในกรณี ที่เราจำไม่ได้ว่าลืมโทรศัพท์มือถือ Android ไว้ไหน หรือติดตามว่ามือถือของเราล่าสุดอยู่ที่ไหนในกรณีลืมไว้ใน taxi หรือถูกขโมยไป แต่ล่าสุด Google ได้พัฒนาอีกขั้นให้คุณสามารถตามหามือถือได้ง่ายขึ้น แค่พิมพ์ Find My Phone บนช่อง Search ของเว็บไซต์ Google

FindMyPhone_on-google-website

ซึ่งผลลัพธ์ออกมาหลังจากพิมพ์ Find My Phone ลงบนช่อง Search  ก็จะแสดงพิกัดมือถือ Android ของเราตรงหน้าผลลัพธ์ของเว็บไซต์ Google ทันที ทั้งนี้หากคุณมีอุปกรณ์ Android หลายเครื่อง ก็สามารถเลือกอุปกรณ์ที่คุณจะตามหาได้ตามต้องการ  และสามารถคลิกที่ ring เพื่อให้มือถือที่เราตามหาส่งเสียง ringtone ดังๆ ให้คุณได้ยินแล้วตามหามือถือจนเจอ

การที่จะใช้ฟีเจอร์นี้เบื้องต้น ต้องตั้งค่าหน้าเว็บให้เว็บไซต์ google เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษก่อน ถึงจะสามารถพิมพ์ find my phone แล้วจะแสดงพิกัดมือถือบนหน้าเว็บ google ได้ และคุณต้องทำการ sign in ด้วยบัญชี Google Account ( Gmail ) ด้วย และการที่ตามหามือถือ Android ได้นั้น ต้องทำการเปิด Location บนมือถือของคุณด้วย ถึงจะสามารถแสดงตำแหน่งมือถือของคุณล่าสุดได้ 

ใครใช้ Android อยู่ลองใช้เทคนิคนี้ได้เลย.

Cr :  IT24Hours

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

ฮิตสุดๆ ใน instagram แอพแต่งภาพโปร่งแสงเทรนด์ใหม่มาแรง วิธีใช้ที่นี่ iOS, Android, Windows Phone

ตอนนี้กำลังเป็นกระแสเรียกได้ว่าแรงเลยทีเดียวสำหรับการแต่งภาพแบบโปร่ง แสงซึ่งเราสามารถครีเอทในรูปแบบต่างๆ ที่เราต้องการ เผื่อว่าไปเห็นเพื่อนๆ แต่งลงใน instagram แล้วยังไม่ทราบวิธีมาดูวิธีการใช้งานแอพ PicsArt เพื่อแต่งภาพโปร่งแสงนี้กันครับ
หลังจากที่โหลดแอพมาแล้วให้เราเลือกไปที่ Edit เพื่อนำรูปที่อยู่ในเครื่องมาแก้ไข หรือจะถ่ายใหม่เลยก็ได้นะครับ เลือกไปที่ Capture


IMG_1461

สมมติเราถ่ายภาพแบบนี้นะครับ ทำมือแบบนี้เตรียมจะถือหรือรองรับภาพที่เอาจะเอามาแต่ง แล้วให้เลือกไปที่ Add Photo

IMG_1463

หลังจากเข้าไปที่ Add Photo แล้ว ให้เลือกภาพที่ต้องการแล้วแอดเข้ามาซ้อนทับภาพแรกที่เป็นมือของเราครับ ใน รูปคือธีมของไลน์นะครับ ปรับขนาดความกว้าง ความสูงตามต้องการ จากนั้น แตะตรง Normal แล้วให้เลือกเป็นแบบ Multiply ภาพก็จะโปร่งแสงทันทีครับ

IMG_1464

นอกจากนี้เรายังสามารถใส่ฟิลเตอร์ ปรับแต่งภาพอื่นๆ ได้อีกเพียบเลยครับ ลองเอาไปเล่นกันดู

IMG_1465

ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ วิธีแต่งภาพให้เป็นแบบโปร่งแสงแล้วแชร์ไปยัง instagram ตอนนี้หลายๆ คนน่าจะเห็นเพื่อนๆ แชร์กันบ้างเรา ตัวอย่างด้านล่างนี้จากน้องแอดมิน follow อยู่ ยังไงลองเอาไปสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ กันดูครับ แต่งแล้วได้แบบไหนเอามาอวดกันได้นะครับ รอดูๆ จ้าาา

wachii_dart

Cr  :  iphone-droid