แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิงคโปร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิงคโปร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

เด็กไทยคว้ารางวัล ‘วิชั่นเนียร์-โยกเยก’

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ แห่งชาติเนคเทค (สวทช.) ร่วมกับ สิงคโปร์ ทีราพัวติก แอสซิสทีพ แอนด์ รีแฮฟบิลีเททีฟ เทคโนโลยี เซ็นเตอร์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ได้จัดการประชุมวิชาการ เรื่อง วิศวกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับคนพิการ ณ มหาวิทยาลัย นันยาง เทคโนโลยี สาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 11-14 สิงหาคม 2558  ซึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยของไทย ส่งเข้าร่วมการประกวดจำนวน 11 ทีม การประกวดมี 2 ประเภท คือเทคโนโลยีสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ และผลงานการออกแบบนวัตกรรมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ

เยาวชนไทยคว้า 2 รางวัลโครงงานสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุระดับนักศึกษาในงาน ไอ ครีเอท 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์  1.‘วิชั่นเนียร์’ แว่นตาช่วยจำแนกธนบัตร สีและสินค้าสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็นด้วยบาร์โค้ดและแสง และ 2.‘โยกเยก’ ของเล่นสำหรับเด็กพิการซํ้าซ้อน

ไอ เดียสุดล้ำของเด็กไทยคว้ารางวัลจากงานประชุมวิชาการวิศวกรรมการฟื้นฟู สมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับผู้พิการ ครั้งที่ 9 (ไอ-ครีเอท 2015) ณ ณ มหาวิทยาลัยนันยางเทคโนโลยี ประเทศสิงคโปร์ ปีนี้ มีโครงงานนักศึกษาเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 33 โครงงาน จาก 7 ประเทศ ได้แก่ จีน ไทย มาเลเซีย สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง
เด็กไทยคว้ารางวัล ‘วิชั่นเนียร์-โยกเยก’

แว่นตา ‘วิชั่นเนียร์’  จากปัญหาสู่นวัตกรรม

วิชั่นเนียร์ (Visionear) อุปกรณ์สวมใส่สำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น เป็นอุปกรณ์สวมใส่ประกอบด้วยแว่นติดกล้องจิ๋ว และใส่กล่องประมวลผล ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลรูปภาพแลอธิบายเสียงพูดให้แก่ผู้ใช้งาน  จากทีมนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีคว้า ได้รับรางวัลที่ 2 ประเภทผลงานด้านเทคโนโลยี มีที่มาจากแว่นตากูเกิล (Google Glass) ที่ผสมเทคโนโลยีใหม่ทันสมัยทำให้ทำหน้าที่ได้หลากหลาย

“ความยากในการ พัฒนานวัตกรรมคือ การค้นหาความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง มากกว่าเรื่องของเทคโนโลยี เราต้องทำความเข้าใจถึงปัญหา ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายไม่ใช่คิดแทนเขา เพราะนั่นไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงซึ่งจะส่งผลให้นวัตกรรมไม่ตอบโจทย์” นันทิพัฒน์ นาคทอง ผู้ร่วมพัฒนาวิชั่นเนียร์ กล่าว

วิชั่นเนียร์ ประกอบด้วย แว่นตาติดกล้องจิ๋ว สำหรับถ่ายภาพจากด้านหน้าของผู้ใช้ และกล่องประมวลผลทำหน้าที่วิเคราะห์รูปภาพและอธิบายในรูปแบบของเสียงพูดให้ แก่ผู้ใช้งาน ซึ่งสามารถควบคุมผ่านการสั่งงานด้วยเสียงหรือปุ่มหมุนบริเวณกล่องประมวลผล วิชั่นเนียร์สามารถแยกแยะธนบัตรโดยใช้เทคนิคทางรูปทรง, แยกประเภทสินค้าโดยใช้บาร์โค้ดเสมือนหนึ่งมี เครื่องอ่านบาร์โค้ด, แยกสีด้วยเซนเซอร์และตรวจจับแหล่งกำเนิดแสงคล้าย ๆเครื่องวัดแสง คุณสมบัติเหล่านี้สามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับเครือข่ายอิน เทอร์เน็ต แต่เมื่อเชื่อมต่อวิชั่นเนียร์กับแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อขอคำอธิบายภาพด้านหน้าจากบุคคลอื่น

ทีมงานยังออกแบบให้ใช้งาน ได้ง่ายสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือ ถือ คาดว่าต้นปีหน้าจะออกสู่ตลาดในราคา 3,000-5,000 บาท ระหว่างนี้อยู่ในการจัดตั้งบริษัทและระดมทุนสนับสนุนในรูปแบบของการทำธุรกิจ เพื่อสังคม นั่นหมายความว่า สินค้าส่วนหนึ่งจะแจกฟรีภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มทุนหรือหน่วยงานรัฐบาล อาทิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อให้ผู้พิการมีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีพร้อมทั้งพัฒนาฟังก์ชันการใช้งาน ที่ตอบสนองความต้องการเพิ่มขึ้น เช่น การดูเลขบนสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งถือเป็นอาชีพหลักของผู้พิการกลุ่มนี้ หรือการซื้อหาสินค้าที่ได้จากการอ่านบาร์โค้ดด้วย เครื่องอ่านบาร์โค้ดภายในตัวแว่น เป็นต้น
เด็กไทยคว้ารางวัล ‘วิชั่นเนียร์-โยกเยก’

‘โยกเยก’ ของเล่นนวัตกรรมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ

ใน ส่วนของผลงานด้านการออกแบบนวัตกรรมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ‘โยกเยก’ ของเล่นสำหรับเด็กพิการซํ้าซ้อนกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยโยกเยก จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับรางวัลที่ 2 ชวิศา พงษ์อำไพ อธิบายว่า มุ่งเน้นการพัฒนากล้ามเนื้อขาที่อ่อนแรง โดยศึกษาพฤติกรรมการโยกชิงช้าของเด็กๆ พบว่า ขณะที่เล่นเด็กจะกระตุ้นความรู้สึกของตัวเองด้วยความรู้สึกโอบอุ้ม โดยมุ่งเน้นพัฒนากล้ามเนื้อที่อ่อนแรง ในการออกแบบม้าโยก คือสามารถเล่นได้ทั้งสองทางที่เด็กๆ จะได้ใช้ขาในการออกแรง ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความสนใจพฤติกรรมการโยกชิงช้าของเด็กๆ ขณะที่เด็กเล่นโยกหน้าหลังจะใช้กำลังขา พลิกกับแรงเสียดทาน และฝึกการทรงตัวหมุนได้รอบด้าน

โยกเยกสามารถเล่นได้ทั้งสองด้าน ด้านแรกคือการโยกหน้าหลัง และเมื่อพลิกกลับด้านจะเป็นการโยกแบบรอบทิศทาง ทั้งนี้ ได้ออกแบบ joggle หรืออุปกรณ์ลดแรงเสียดทานเพื่อประกอบกับชิ้นงาน เพื่อให้เด็กๆ รู้สึกตัว รวมถึงฝึกการใช้ขาและออกแรงขาเพิ่มขึ้นในขณะที่เล่น รูปร่างของม้าโยกจะมีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่รับกับขาของเด็ก โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเป็ด ซึ่งในอนาคตจะออกแบบทำเสียงเมโลดี้ฝังไปในตัวโยกเยกเพื่อให้เกิดการรับฟัง เพิ่มขึ้นด้วย

“หลังจากได้รับรางวัล เราพยายามนำไปต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ด้วยการนำไปทดสอบประสิทธิภาพ และผลที่ได้รับจากกลุ่มเด็กที่ใช้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผลิตภัณฑ์และ การพัฒนาต่อยอดในอนาคต” ชวิศา ผู้แทนกลุ่มกล่าว

ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และประธานอำนวยการจัดงาน i-CREATe 2015 ฝ่ายไทย กล่าวว่า จุดประสงค์ของการจัดงานครั้งแรกคือ การกระตุ้นให้นักวิจัยพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้พิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์จากต่างประเทศมีราคาแพง โอกาสเข้าถึงยาก การพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้จะทำให้ผู้พิการมีโอกาสได้ใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพใน ราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เท่ากับเป็นการลดความพิการและความเหลื่อมล้ำลงได้ ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ที่สำคัญจะได้นวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้พิการในแต่ละประเทศ ได้อย่างเหมาะสม

Cr.กรุงเทพธุรกิจ

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำ

พลังงานแสงอาทิตย์ถูกใช้งานอย่างมากแล้วในหลายส่วนทั่วทุกมุมโลก เช่นมาทำเป็นโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ หรือแบตเตอร์รีสำรองพลังแสงอาทิตย์ ฯลฯแถมมีศักยภาพในการผลิตพลังงานมากพอสมควร หากใช้ประโยชน์และนำมาพัฒนาอย่างเหมาะสม พลังงานแสงอาทิตย์ก็สามารถนำมาใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าหรือ สำหรับทำความร้อน หรือแม้แต่ทำความเย็น หรือแสงสว่างตามที่กล่าวมาแล้ว ศักยภาพในอนาคตของพลังงานแสงอาทิตย์นั้นถูกพัฒนาไปอีกขึ้นหนึ่งโดยประเทศที่ ถูกจำกัดด้วยพื้นที่ อย่างประเทศสิงค์โปร

ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าสิงคโปร์มีความเชี่ยวชาญการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนบกมากแล้ว ไม่ว่าจะติดตั้งบนหลังคา หรือ สิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ อย่างซุปเปอร์ทรี ตั้งอยู่ในสวนมารีนาเบย์ กระชากความสนใจจากผู้คนทั่วโลกด้วยความก้าวหน้าล่าสุดของประเทศ  ส่วนผลผลิตไฟฟ้าจาก 30 เมกะวัตต์เมื่อปลายปี 2557 คาดว่าปลายปีนี้จะเพิ่มเป็น 130 เมกะวัตต์ และเพิ่มเป็น 350 เมกะวัตต์ในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือประมาณร้อยละ 5 ของความต้องการในช่วงชั่วโมงใช้ไฟฟ้าสูงสุด

ในอนาคตสิงคโปร์จะใช้ พลังงานที่ได้จากธรรมชาติและสะอาด โดยเฉพาะแสงอาทิตย์กับลม ซึ่งขณะนี้พลังงานแสงอาทิตย์ของสิงคโปร์ก้าวหน้าอย่างมาก เพราะการวิจัยได้พ้นขั้นพื้นฐานไปแล้ว คือจากการผลิตและติดตั้ง ขยับไปที่ผลกระทบที่อาจเกิดจากการใช้ เพื่อขยายการผลิตและใช้ให้ได้มากกว่าเดิม

โครงการหนึ่งที่กำลังวิจัย คือ การติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าลอยน้ำในบ่อน้ำและอ่างเก็บน้ำ เพื่อค้นหาวิธีนำแผงโซลาร์เซลล์ไปใช้ประโยชน์ ถ้าทำสำเร็จสิงคโปร์จะมีพื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มมากขึ้นบนพื้นผิว น้ำ สามารถให้พลังงานไฟฟ้า หรือแสงสว่างผ่านโคมไฟโซล่าเซลล์ตามชายฝั่งยามคำคืน หรือเก็บสำรองพลังงานไฟฟ้าไว้ในแบตเตอร์รีสำรองได้

ฟัง ดูแล้วง่าย แต่ความจริงไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะปรกติน้ำกับไฟไม่ค่อยเป็นมิตรกันอยู่แล้ว ในน้ำยังมีวัชพืชและสัตว์ที่อาจส่งผลกระทบได้ จึงต้องค้นคว้าระบบบริหารจัดการที่ทำให้ไม่กระทบระบบการติดตั้ง โดยระบบที่ทดลองมีขนาด 5 กิโลวัตต์ ไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่งตรงไปยังพื้นที่บนบกผ่านเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งทั้งหมดผลิตในสิงคโปร์ ทั้งยังได้รับการบริจาคจากบริษัทผู้ผลิตอีกด้วย

ส่วน อีกโครงการเป็นการวิจัยการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อค้นหาว่าแผงโซลาร์เซลล์ควรอยู่เหนือน้ำเท่าไรเพื่อให้การผลิตมี ประสิทธิภาพสูงที่สุด หลักการคือยิ่งอุณหภูมิเย็นมากเท่าไร ประสิทธิภาพจะยิ่งมากเท่านั้น นี่เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมสิงคโปร์จึงสนใจติดตั้งระบบในบ่อน้ำและอ่างเก็บน้ำ ทั้งยังคิดจะติดตั้งในทะเล เพราะโครงการนี้มีการวิจัยผลกระทบที่น้ำทะเลมีต่อระบบรวมอยู่ด้วย

ทั้ง นี้ ทั้ง 2 โครงการใช้งบประมาณ 11 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือเกือบ 300 ล้านบาท โดยผู้นำในการวิจัย ได้แก่ สภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติกับองค์การจัดการน้ำแห่งชาติ ส่วนผู้บริหารจัดการโครงการคือ สถาบันวิจัยพลังงานแสงอาทิตย์แห่งสิงคโปร์

ขณะ ที่บริษัทผลิตแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ต่างพากันก่อตั้งกลุ่มเข้าร่วมการวิ จัย โดยคาดการณ์ว่าภายในปีหน้ากลุ่มดังกล่าว 6 กลุ่ม จะติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าลอยน้ำที่ใช้แผงโซลาร์เซลล์ได้สำเร็จ ซึ่งจะดึงดูดให้บริษัทต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในด้านที่สิงคโปร์ยังไม่ เชี่ยวชาญเข้ามาร่วม เพื่อยกระดับการวิจัยให้มากขึ้นจนสามารถนำระบบลอยน้ำไปติดตั้งในทะเลได้

ปริมาณ การผลิตอาจยังดู น้อย แต่ถ้าดูผลพลอยได้ทั้งการสร้างองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ การสร้างโอกาส สร้างคน และสร้างงาน ถือว่ามีมากจนไม่อาจประเมินได้ ยังไม่รวมถึงด้านความมั่นคงที่ใช้แผงโซลาร์เซลล์แบบพกพาและใช้ประจำหน่วยรบ ที่กำลังมีการพัฒนาอย่างขะมักเขม้นด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

Cr.โลกวันนี้,อยากใช้พลังงานแสงอาทิตย์