แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไวไฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไวไฟ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ระบบจราจรไฮเทค WiFi

3 เมืองใหญ่ในสหรัฐ ลองใช้ระบบ "ระบบจราจรไฮเทค WiFi"

กระทรวง คมนาคมสหรัฐอเมริกาประกาศเมื่อเดือนที่ผ่านมา ใช้งบประมาณ 42 ล้านดอลลาร์ ทดสอบการใช้ "ระบบจราจรไฮเทค WiFi" ใน 3 เมืองขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา คือ นิวยอร์ก ซิตี ในรัฐนิวยอร์ก, แทมปา ในรัฐฟลอริดา และอีกแห่งในรัฐไวโอมิง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุ ลดปัญหาการจราจร รวมทั้งลดการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ลงให้เหลือน้อยที่สุด

หลักการทำงานของ"ระบบจราจรไฮเทค WiFi" ดังกล่าวก็คือ เซ็นเซอร์ ตัวรับสัญญาณ WiFi ที่ติดตั้งไว้กับรถยนต์แต่ละคันจะทำหน้าที่ส่งสัญญาณสัญญาณ WiFiผ่านเครือข่ายไวไฟ(WiFi) ที่ย่านความถี่เฉพาะ (เพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนกันกับสัญญานไวไฟทั่วไป) ในเวลาเดียวกันก็สามารถรับสัญญาณจากเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณ WiFi ที่ส่งออกมาจากรถยนต์คันอื่น หรือเสาสัญญาณไฟจราจร ฯลฯ กลายเป็นเครือข่ายสื่อสารไวไฟ(WiFi) อัตโนมัติของ เซ็นเซอร์(Sensor) จำนวนมาก ซึ่งจะส่งสัญญาณไวไฟ(WiFi) เตือนในทันทีที่มีเหตุอันจะก่อให้เกิดอันตราย อย่างเช่น เมื่อมีรถคันหนึ่งเบนออกจากเลนโดยไม่ให้สัญญาณ หรือเมื่อคนขับรถคันหนึ่งต้องเหยียบเบรกกะทันหัน เป็นต้น

เทคโนโลยี"ระบบ จราจรไฮเทค WiFi" ดังกล่าวเป็น เทคโนโลยีการสื่อสารสัญญาณ WiFi อัตโนมัติ ระหว่างรถยนต์กับรถยนต์, รถยนต์กับสาธารณูปโภคเพื่อการจราจรต่างๆ รวมถึงการสื่อสารสัญญาณ WiFi อัตโนมัติระหว่างรถยนต์กับคนเดินถนนทั่วไป โดยในนิวยอร์ก ซิตี ทางสำนักงานกระทรวงคมนาคมสาขานิวยอร์กจะร่วมกับทางการมหานครนิวยอร์ก ติดตั้งเซ็นเซอร์ ตัวรับสัญญาณ WiFi ให้กับรถยนต์ชนิดต่างๆ ที่หน่วยรัฐบาลเป็นเจ้าของรวมทั้งสิ้น 10,000 คัน ซึ่งจะมีทั้งรถประจำทาง, รถลีมูซีน และรถยนต์ทั่วไป นอกเหนือจากนั้นยังจะมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณ WiFi  ให้กับเสาสัญญาณการจราจรต่างๆ อาทิ เสาสัญญาณหยุดรถเพื่อให้คนข้ามถนน, เสาสัญญาณไฟจราจร และวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ ที่ติดตั้งไว้ตามถนนสายต่างๆ

ใน รัฐไวโอมิง การทดลองกำหนดจะใช้"ระบบจราจรไฮเทค WiFi" เพื่อศึกษาและควบคุมการจราจรใน เส้นทางที่มีการจราจรของ รถบรรทุกหนาแน่น ส่วนในรัฐแทมปา ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการจราจรเลวร้ายที่สุดเมืองหนึ่ง นอกจาก"ระบบจราจรไฮเทค WiFi"จะมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ให้กับรถ และอุปกรณ์เพื่อการจราจรต่างๆ แล้ว ยังเตรียมการหาอาสาสมัครที่เป็นคนเดินถนนในเมืองดังกล่าวติดตั้งระบบ"ระบบ จราจรไฮเทค WiFi" แบบเดียวกันลงในสมาร์ทโฟนของตัวเอง เพื่อช่วยให้ตัวเซ็นเซอร์ในรถยนต์ต่างๆ ได้รับรู้ตำแหน่งของคนเดินเท้าที่ใช้ถนนร่วมกันในช่วงเวลาการจราจรหนาแน่น อีกด้วย

เทคโนโลยี"ระบบจราจรไฮเทค WiFi"เพื่อการจราจรดังกล่าว เรียกกันอย่างเป็นทางการว่า "เวฮิเคิล ทู เวฮิเคิล (Vehicle-to-Vehicle) เทคโนโลยี"ระบบจราจรไฮเทค WiFi"นี้ทางการสหรัฐอเมริกาเรียกย่อสั้นๆ ว่า "วี 2 วี" (V2V) ซึ่งเริ่มคิดค้นโดยทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยมิชิแกน และได้รับการสนับสนุน จากกระทรวงคมนาคมสหรัฐอเมริกา เริ่มโครงการทดลองในสภาพแวดล้อมจริงเมื่อปี 2012 ที่แอนน์ อาเบอร์ เมืองเล็กๆ ในรัฐมิชิแกน ด้วยจำนวนรถยนต์ (อาสาสมัคร) เพียง 3,000 คัน ก่อนที่จะได้รับความนิยมขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 9,000 คัน ในเวลาต่อมา

นอก จากนั้น"ระบบจราจรไฮเทค WiFi" ยังมีเครือข่ายที่เป็นการสื่อสารระหว่างเซ็นเซอร์ของรถ กับสัญญาณไฟ จราจร หรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ สำหรับใช้ในการจราจรที่ติดตั้งเซ็นเซอร์เอาไว้อีกด้วย

โครงการนำ ร่อง"ระบบจราจรไฮเทค WiFi" ที่แอนน์ อาเบอร์ ได้ผลดี แต่ยังจัดว่าเป็นเมืองขนาดเล็กที่การจราจรไม่มากมายนัก จึงจำเป็นต้องขยายการทดลองในสภาพจริงสู่เมืองใหญ่ที่มีการจราจรหนาแน่นกว่า เมืองดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงคมนาคมสหรัฐอเมริกาดูเหมือนจะให้การสนับสนุนระบบนี้เต็มที่

แอ นโธนี ฟอกซ์ รัฐมนตรีคมนาคม ถึงกับแสดงความเชื่อมั่นว่าจะผลักดัน "ระบบจราจรไฮเทค WiFi" และในที่สุดอาจบังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกาทุกคันต้อง ติดตั้งเซ็นเซอร์นี้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน และตั้งเป้าจะผลักดันให้มีการใช้งาน"ระบบจราจรไฮเทค WiFi"ใหม่นี้เร็วขึ้นกว่าที่เคยวางแผนเอาไว้เดิมอีกด้วย

Cr.มติชน

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ

ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ

19/8/2015 11:35

    ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ

     คงไม่มีใครปฏิเสธได้ถึงการใช้ชีวิตของสังคมปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตเข้ามามี บทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมาก ไม่ว่าจะเพื่อการประกอบอาชีพ การสนทนาติดต่อสื่อสาร หรือการสั่งซื้อของและการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งจำเป็นต้องใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต ไม่เช่นนั้นก็ควรมี Pocket WiFi ติดตัวไปเพื่อการดังกล่าว    

      ปัญหาอินเทอร์เน็ตไม่เป็นดังใจหวังหากไม่มีสัญญาณไวไฟ หรือไม่มีอุปกรณ์ไวไฟพกพาติด ตัวไปด้วย เมื่อไปยังสถานที่ไม่คุ้นเคย  กลายเป็นปัญหาสำคัญสำหรับใครหลายๆ คน หากต้องติดต่องานผ่านอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จึงปิ๊งไอเดียสร้างเครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตหยอดเหรียญ หรือ ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ สร้างเครือข่ายอออนไลน์ไม่สะดุด
     
       สารพัดตู้หยอดเหรียญที่เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้คนในปัจจุบันกลาย เป็นวิถีชีวิตคนเมืองที่หลายคนขาดไม่ได้ ล่าสุดมีผู้คิดค้น “ตู้กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบหยอดเหรียญ” ตอบโจทย์เทรนด์คนรุ่นใหม่ พร้อมจดอนุสิทธิบัตร การันตีนวัตกรรมไอทีหนึ่งเดียวในไทย
     
       ผศ.ดร.ชุติมา ประสาทแก้ว อาจารย์สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เจ้าของผลงาน “เครื่องให้บริการกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบหยอดเหรียญ (Wi-Fi Vending Machine)"
     
       เผยที่มาไอเดียนี้ว่าเกิดมาจากตัวเองล้วนๆ ที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดอยู่บ่อยครั้ง แต่ยังต้องติดต่องานผ่านทางอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งบางครั้งหลายสถานที่ก็ไม่เอื้ออำนวยในการทำงานต้องไปหาร้านอินเทอร์เน็ต เพื่อทำงานซึ่งไม่สะดวก จึงคิดว่าหากมีเครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตหยอดเหรียญเหมือนตู้น้ำดื่ม หยอดเหรียญ ตู้เติมเงินมือถือก็คงจะดี จึงเป็นที่มาของ ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ

        ทำให้อาจารย์ชุติมาเริ่มศึกษาข้อมูลเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อนำมาปรับ ใช้ในการสร้างเครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยพบว่าปัจจุบันมีวิธีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไร้สาย Wireless Lan สามารถลดค่าใช้จ่ายในการวางระบบบเครือข่าย โดยไม่ต้องมีการวางระบบเครือข่ายให้ยุ่งยากซับซ้อน ไม่ต้องเดินสาย LAN เพียงมีจุดในการวางอุปกรณ์ Access Point ที่สามารถกระจายสัญญาณได้ดี
      
         รวมถึงเป็นทำเลที่ขยายระบบได้ง่าย ปรับใช้ในองค์กรหรือความต้องการได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานได้ โดย ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ ดังกล่าวเหมาะสำหรับสถานประกอบการต่างๆ ด้านธุรกิจการสื่อสารหรือตามสถานที่ต่างๆ เช่น สถานีรถขนส่ง สถานีรถไฟหรือรถไฟฟ้า โรงพยาบาล หน่วยงานราชการ (อำเภอ ที่ดิน และศาล) สถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์การให้บริการสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ง่ายและสะดวกในการใช้งาน
     
       สำหรับเครื่องกระจายสัญญาณไวไฟแบบหยอดเหรียญ หรือ ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ เป็นการซื้อเวลาในการเข้าใช้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยลักษณะการทำงานของผู้ใช้หยอดเหรียญเข้าไปในเครื่องตามจำนวนชั่วโมงที่ ต้องการใช้ เครื่องจะพิมพ์ User Name และ Password สำหรับใช้งานในระบบ จากนั้นระบบจะทำการจับเวลาในการเข้าใช้งานและจะหยุดบริการเมื่อหมดเวลาใช้ งาน ถือว่าขั้นตอนไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ใช้งานเลย

       ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาต่อยอด ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ กับนักศึกษา โดยพัฒนาระบบเพื่อตอบสนองความต้องการให้กับกลุ่มผู้ใช้หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะผู้พิการทางสายตา พิการทางการได้ยิน เช่น การจัดทำอักษรเบรลหรือคำบรรยาย สำหรับคำสั่งต่างๆ ในการใช้งาน หรือมีเสียงประกอบ เป็นต้น

        นอกจากนี้ยังพัฒนาเพิ่มระยะของการปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ให้มีความไกลและแรงมากขึ้น เพิ่มเครื่องรับเงินแบบธนบัตร เพิ่มเครื่องทอนเงิน ให้มีการแจ้งเตือนเมื่อเวลาการใช้งานใกล้จะหมดตามจำนวนเงินที่หยอด มีกล้องวงจรปิดติดที่เครื่องเก็บข้อมูลลงฐานข้อมูลเพื่อใช้อ้างอิงกรณีที่ อาจเกิดปัญหาหรือต้องการใช้อ้างอิงในทางกฎหมาย มีระบบสัญญาณกันขโมยติดที่เครื่อง

        ผู้สนใจเครื่องกระจายสัญญาณ Wi-Fi แบบหยอดเหรียญ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ผศ.ดร.ชุติมา ประสาทแก้ว โทร.080-5791872 หรือสนใจเข้าชมผลงานดังกล่าวได้ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โดยที่ผ่านมามีผู้สนใจซื้อตู้WiFiหยอดเหรียญเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ทางอาจารย์ชุติมายังไม่พร้อมเพราะต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาบางส่วน แต่คาดว่าจะออกจำหน่ายได้ในเร็วๆ นี้
     
        ล่าสุดเครื่องกระจายสัญญาณไวไฟแบบหยอดเหรียญ หรือ ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ อาจารย์ชุติมาได้ทำการจดอนุสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้วป้องกันการลอกเลียนแบบ

Cr.ผู้จัดการ,Flashfly

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วิธีง่ายๆ เพิ่มสัญญาณWiFi ในบ้าน

Photo : Vox.com

เคยเจอปัญหาสัญญาณไวไฟ(WiFi)ในบ้านไปไม่ทั่ว มีจุดอับสัญญาณ แถมความรู้ ความชำนาญก็ไม่เยอะหรือเปล่า แล้วจะทำยังไงให้มีไวไฟ(WiFi)แรง ๆ ใช้ทั่วบ้าน

ปัจจุบันนี้คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้านต้องปวดหัวเนื่องมาจากสัญญาณไว ไฟ(WiFi)ที่ช้า หรือบางทีไม่วิ่งเลย ทำให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในหัวใจ บางทีคุณอาจจะได้รับสัญญาณไวไฟ(WiFi)ได้เต็มขีดที่ห้องนอน แต่พอคุณก้าวพ้นห้องนอนไปที่ห้องครัวเท่านั้น ตัวรับสัญญาณ WiFi บนไอแพดของคุณกลับเหลือ 2 ขีดซะงั้น เรามี 5 วิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เพื่อเพิ่มระยะทางและสัญญาณไวไฟ(WiFi)ให้กับบ้านของคุณ
     
1.เปลี่ยนเสาอากาศของเราเตอร์(WiFi Router Antenna)
   
เพราะ เสาอากาศที่ติดมานั้นถูกออกแบบให้ส่งสัญญาณได้รอบทิศทาง ซึ่งบ่อยครั้งที่สัญญาณจะไปชนกับผนังหรือตู้ ดังนั้น การเปลี่ยนเสาอากาศใหม่ที่สามารถเน้นไปในทิศทางที่คุณต้องการมากที่สุด หรือที่เรียกว่าเสาอากาศแบบ high-gain ซึ่งทั้งบริษัท D-Link Linksys และ Hawking ต่างมีเสาอากาศแบบนี้จำหน่าย
     
2.เพิ่มไวไฟรีพีตเตอร์(WiFi Repeater)

ตัว ไวไฟรีพีตเตอร์(WiFi Repeater)นี้จะเพิ่มระยะส่งสัญญาณไวไฟ(WiFi)ให้ไกลขึ้น คุณสามารถติดตั้งตัวนี้โดยไม่ต้องเดินสายเพิ่ม เพียงแค่ติดตั้งไวไฟรีพีตเตอร์(WiFi Repeater)ในจุดที่อยู่ระหว่างเราท์เตอร์และจุดที่คุณต้องการเพิ่มสัญญาณ โดยหลังจากติดตั้งไว-ไฟรีพีตเตอร์ คุณควรจะเห็นประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นในทันที
     
3.กำจัดสิ่งที่รบกวนสัญญาณไวไฟ(WiFi)ออกไป
     
สิ่ง ที่หนักและหนา เช่น กำแพงที่หนา ตู้ที่มีโลหะเป็นส่วนประกอบ และอื่นๆ ล้วนแต่เป็นอุปสรรคได้ พยายามที่จะย้ายเราเตอร์ของคุณให้ห่างจากสิ่งเหล่านี้ หรือตั้งมันให้อยู่ในที่สูงขึ้น เพื่อให้มันกระจายสัญญาณได้ดีขึ้น ในทางเดียวกัน ตัวส่งสัญญาณอื่นๆ เช่น โทรศัพท์บ้านแบบไร้สาย เครื่องมอนิเตอร์เด็กทารก และรีโมตเปิดประตูโรงรถสามารถส่งคลื่นรบกวนสัญญาณไวไฟ(WiFi)ของเราเตอร์ได้ ดังนั้นพยายามที่จะไม่ให้สิ่งพวกนี้อยู่ใกล้ๆ กับเราเตอร์ของคุณ
     
4.อัปเดตเฟิร์มแวร์ของเราเตอร์(Router)
     
โดย ปกติแล้วบริษัทผู้ผลิตมักจะให้อัปเดตเฟิร์มแวร์ของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ เข้าเว็บไซต์บริษัทเราเตอร์เพื่อทำการอัปเดต และถ้าคุณใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ ให้แน่ใจว่าคุณได้อัปเดตซอฟต์แวร์ของเน็ตเวิร์กล่าสุดสหรับระบบปฏิบัติการวิ นโดวส์(Windows) ตอนนี้ก็มีวินโดวส์ 10(Windows10) มาให้ลองใช้งานฟรีแล้ว
     
5.เปลี่ยนตัวรับสัญญาณ WiFi แบบ USB WiFi 
     
ถ้าหากคุณมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กรุ่นเก่าที่ไม่สามรถรับสัญญาณไวไฟ(WiFi)ในตัว ให้พิจารณาเปลี่ยนมาใช้ตัวรับสัญญาณ WiFi แบบ USB WiFi   แทนที่จะเป็นแบบการ์ด มันจะเพิ่มศักยภาพการรับสัญญาณของตัวโน้ตบุ๊กอย่างเห็นได้ชัด

และ สุดท้ายก่อนจบ ขอให้ตรวจเช็คว่าระบบไวไฟ(WiFi)ในบ้านคุณนั้นไม่มีเพื่อนบ้านแอบมาร่วมแจม อาจจะไม่เกี่ยวกับเพิ่มประสิทธิภาพเท่าไหร่นัก แต่มันทำให้คุณนอนหลับได้ ทำให้มั่นใจว่ามีแต่คุณและคนในครอบครัวเท่านั้นที่สามารถใช้ระบบไวไฟ(WiFi) ของบ้านคุณได้เท่านั้น

ระบบรักษาความปลอดภัยทางเน็ตเวิร์กโดยพื้นฐานแล้วมี 2 วิธี คือ WPA (wifi protected access) และ WEP (Wired Equivalent Privacy) ซึ่งทั้ง 2 วิธีต้องการพาสเวิร์ด(password)เพื่อใช้แสดงตัวในการผ่านเข้าระบบเพื่อใช้ งาน แต่ถ้าคุณไม่มีทั้งคู่ควรปรึกษากับผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ตของคุณ

Cr.ผู้จัดการ

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2558

บ้านใคร ใครก็รัก

ไวไฟพกพา

การท่องเที่ยวไทย : หลายฝ่ายควรช่วยกันส่งเสริมกันอย่างจริงจัง

ผู้เขียนเป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวมาก ได้ท่องเที่ยวไปแล้วทุกทวีปทั่วโลก ยกเว้นขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ สำหรับในประเทศไทยนั้นได้ท่องเที่ยวไปครบทุกจังหวัดแล้ว
   
ได้เห็นสิ่งดีๆ หลายอย่าง และในประเทศไทยนั้น มีสิ่งที่สวยงามและน่าสนใจเยอะมาก แหล่งท่องเที่ยวหลายต่อหลายแห่งในไทยสามารถขายได้แม้กระทั่งนักท่องเที่ยว ไทยด้วยกัน

    ดังนั้น นอกจากเจ้าของพื้นที่และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะช่วยกันตีปี๊บ รวมทั้งหาทางให้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ แล้ว คนไทยทุกคนต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวด้วย

     ผู้เขียนได้ช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของไทย โดยใช้เฟซบุ๊ค (Facebook) ส่วนตัวของผู้เขียนอยู่เป็นประจำ

     แหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งซึ่งผู้เขียนประทับใจมาก คือที่ผาช่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแม่วาง หลายคนเรียกขานว่าเป็นแกรนด์แคนยอนเมืองไทย

     ผาช่อเป็นหน้าผาสูงชันที่เชื่อว่าเกิดจากการกัดเซาะของลมฝนนานนับร้อยนับ พันปี ลักษณะคล้ายกำแพงและเสาหินขนาดใหญ่ลวดลายแปลกตา สูงใหญ่ราว 30 เมตร เป็นบริเวณกว้างนับร้อยเมตร

     ถ่ายภาพลงเฟซบุ๊คของผู้เขียนแล้ว เพื่อนๆ หลายคนชื่นชอบ ไม่เคยไปและอยากไปเที่ยวกันทั้งนั้น

     ใช้เวลาในการเดินทางจากเชียงใหม่ไม่ถึงชั่วโมง อยู่ห่างจากถนนเชียงใหม่-ฮอด 12.5 กิโลเมตร ทางเข้าผาช่อเป็นทางราดยาง 7.5 กิโลเมตร และทางลูกรัง 5 กิโลเมตร

    เป็นไปได้ไหมครับ ที่กรมอุทยานฯ จะใช้เงินเข้าชมจากอุทยานแห่งชาติอื่นนำมาสร้างทางราดยางเฉพาะส่วนที่เป็น ลูกรัง 5 กิโลเมตร เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เดินทางเข้า-ออกด้วยความสะดวกสบาย

    แต่ไม่จำเป็นต้องขยายถนนนะครับ เลนเดียวแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั่นแหละ เพียงพอแล้วครับ

    จากที่ทำการของกรมอุทยานฯ ด้านบน เดินลงมาเพียง 100 เมตร ตรงนี้คงไม่จำเป็นต้องปรับปรุงอะไรครับ แม้จะเดินยากก็เดินได้ และผู้ที่กลัวกับการเดินลงก็มีทางเลือกให้เดินจากลานจอดรถเข้าไปได้

    ทางเดินเข้าผาช่อแม้ไม่สะดวกนัก แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ขออย่างเดียวครับ ช่วยขยายทางขาออกให้กว้างอีกนิดก็จะช่วยให้นักท่องเที่ยวที่เจ้าเนื้อซัก หน่อยจะได้เดินออกมาโดยไม่ลำบากมากนัก

     ผาช่อสวยงามมากๆ ยังตรึงตาตรึงใจผู้เขียนจนถึงวันนี้ แต่ในวันที่ผู้เขียนไปเยี่ยมชมนั้น มีนักท่องเที่ยวเฉพาะชาวไทยไปเยี่ยมชมไม่ถึงเลข 2 หลัก

     หากจังหวัดเชียงใหม่และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะช่วยประชาสัมพันธ์ผา ช่อให้มากกว่านี้ ก็จะทำให้ความสวยงามของผาช่อเป็นที่เลื่องลือ และมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศไปเยี่ยมชมกันมากขึ้น

     แน่นอนครับ ย่อมทำให้เศรษฐกิจของพื้นที่ใกล้เคียงและของจังหวัดเชียงใหม่ในภาพรวมดีขึ้น

     นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการช่วยกันส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยนะครับ

    แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่สวยงามและยังเข้าถึงโดยสะดวกซึ่งยังมีอีกมาก ก็คงทำได้เช่นเดียวกัน

    นอกจากเรื่องการพัฒนาการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ แล้ว จากประสบการณ์ของผู้เขียนเห็นว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่หลายฝ่ายควรหาทางช่วย กันส่งเสริม

    เรื่องแรกคือเรื่องการบริหารจัดการ หลายแห่งมีของดีอยู่กับมือแล้วแต่บริหารไม่เป็น

    บ่อน้ำพุร้อนแห่งหนึ่ง สร้างไว้อย่างดี ทั้งสระว่ายน้ำ อ่างอาบน้ำส่วนตัว และอื่นๆ อีก แต่เมื่อเข้าไปไม่มีผู้ใดคอยบริการทั้งๆ ที่อยู่ในเวลาการบริการ (ตามป้าย) โทรศัพท์สอบถาม แต่ได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่กลับแล้ว

     สวนสัตว์เปิดบางแห่งก็มีสัตว์ป่าหายากหลายชนิด แต่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปชม

     สิ่งเหล่านี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคงให้การช่วยเหลือได้ โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสำรวจข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว พร้อมศึกษาวิธีบริหารจัดการ หากไม่ดีก็ควรแนะนำและหาทางช่วยเหลือ

    เรื่องที่สองคือโรงแรม บางโรงแรมเจ้าของหรือสถาปนิกคงอาจไม่เคยพักที่โรงแรมดีๆ ที่อื่น

     จึงไม่ทราบว่าสวิตช์ไฟและปลั๊กไฟควรมีเท่าไร อยู่ตรงไหนที่ให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวมากที่สุด

     บางแห่งสวิตช์ไฟอยู่บนกำแพง ดับไฟแล้วต้องเดินคลำไปหาเตียง ในห้องน้ำก็ไม่มีปลั๊กไฟสำหรับเสียบเครื่องโกนหนวด

     การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยน่าจะประสานกรมโยธาธิการและผังเมือง ออกแบบเฉพาะห้องพักไว้เป็นมาตรฐาน แล้วขอให้ กทม. เทศบาลหรือ อบต. ผู้อนุญาตให้ก่อสร้างแนะนำให้เจ้าของโรงแรมสร้างใหม่และสถาปนิกผู้ออกแบบให้ นำไปปรับใช้

    จักรยานเป็นเรื่องที่โรงแรมทุกแห่งควรมีไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย เพราะนักท่องเที่ยวจะได้ปั่นออกกำลังกายหรือท่องเที่ยวไปในเมือง แม้ว่าในปัจจุบันหลายโรงแรมได้ปฏิบัติแล้ว แต่บางแห่งก็ไม่มี

     เรื่องที่สามคือเรื่องไวไฟ (Wifi)


    ไวไฟบ้านเรานั้น เห็นโฆษณาประชาสัมพันธ์กันเยอะว่าใช้ไวไฟฟรีในบางจุด แต่เข้าไปใช้แล้ว ปรากฏว่าใช้ไม่ได้หรอกครับ พอๆ กับไวไฟของโรงแรมบางแห่งนั่นแหละ ใช้อินเตอร์เน็ตธรรมดาดีกว่า

    แต่ภูมิใจที่สนามบินสุวรรณภูมิของเราได้รับยกย่องว่าเป็นสนามบินที่ให้บริการไวไฟแรงที่สุดในโลก

    ขอชื่นชมสายการบินนกแอร์บางเส้นทางและบางลำด้วยที่ได้เริ่มให้บริการไวไฟ ฟรีแล้ว สายการบินอื่นทั้งต้นทุนสูงและต้นทุนต่ำน่าจะนำมาเป็นตัวอย่างด้วยนะครับ

    ไปภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่นตอนนี้ มีบริการไวไฟให้นักท่องเที่ยวใช้ฟรีแล้ว นอกจากนั้น ในญี่ปุ่นยังให้เช่าไวไฟแบบพกพา (Pocket Wifi) วันละ 300 บาท ด้วย บ้านเรามีไวไฟพกพาขาย แต่ไม่มีบริการให้เช่า

    บริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของไทยน่าเปิดบริการให้เช่าไวไฟพกพากันได้แล้ว

     รถนำเที่ยวหลายประเทศที่ผู้เขียนพบคือตุรกี เวียดนามหรือลาว ก็มีไวไฟให้ใช้ฟรีด้วย เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการโรมมิ่งระหว่างประเทศ และเป็นที่น่ายินดีที่รถตู้นำเที่ยวบ้านเราบางคันก็มีแล้ว

     ประเทศอื่นเอาใจนักท่องเที่ยวกันขนาดนี้แล้ว ของเราก็ควรทำได้เช่นเดียวกัน

     เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางของสายการบินต้นทุนต่ำ (Low cost airline)

     สายการบินต้นทุนต่ำนั้นต้องพยายามตัดรายจ่ายที่เป็นความสะดวกสบายของผู้ โดยสารออก เพื่อให้มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และคิดค่าโดยสารได้ต่ำสุด หากผู้โดยสารต้องการความสะดวกมากขึ้นก็ต้องซื้อเพิ่ม

ดีไม่ดี ซื้อเพิ่มมากๆ เข้า สายการบินต้นทุนต่ำบางสายที่ว่าราคาถูกที่สุดอาจแพงกว่าสายการบินต้นทุนต่ำ สายอื่นก็ได้ แต่ก็เอาเถิดครับ ไม่ว่ากัน เพราะผู้โดยสารบางคนต้องการประหยัดที่สุด อย่างอื่นไม่ต้องการ

ผู้เขียนขอเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ที่อยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน นั่นก็คือน้ำหนักกระเป๋าที่ใส่ใต้ท้องเครื่องบิน ซึ่งสายการบินทั่วไปอนุญาตให้นำขึ้นได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม

แต่สายการบินต้นทุนต่ำหรือไม่ต้นทุนต่ำบางสาย ให้นำหนักกระเป๋าดังกล่าวได้เพียงไม่เกิน 15 กิโลกรัม เท่านั้น หรือบางสายไม่ให้เลย มีเพียงกระเป๋าที่หิ้วขึ้นเครื่องที่ไม่เกิน 7 กิโลกรัม
  
นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เดินทางมากับสายการบินต้นทุนต่ำของไทย ซึ่งสามารถนำโหลดกระเป๋าใต้ท้องเครื่องได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม

     เมื่อใช้สายการบินต้นทุนต่ำในไทยซึ่งให้น้ำหนักเพียง 15 กิโลกรัม หรือบางสายไม่ให้เลย น้ำหนักที่เกิน 15 กิโลกรัม หรือเกินทั้ง 20 กิโลกรัม จะทำอย่างไร ให้เขาจ่ายเงินเพิ่มกระนั้นหรือ

     กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควรประสานกับกระทรวงคมนาคม เพื่อหาทางแก้ไขปัญหานี้

     สายการบินต้นทุนต่ำจะแข่งขันเรื่องราคากันอย่างไร ไม่ว่าเรื่องอาหาร การบริการและความสะดวกสบายอื่นก็ไม่ว่ากัน ขอเพียงน้ำหนักกระเป๋าให้ถือเป็นมาตรฐานทั่วไป คือไม่เกิน 20 กิโลกรัม ได้หรือไม่

     ผู้เขียนเห็นว่า หากส่วนราชการ บริษัทเอกชนและประชาชนทั่วไปทุกฝ่ายร่วมใจกันส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งนอกจากการท่องเที่ยวไทยซึ่งให้บริการเป็นเลิศและนำเงินรายได้เข้าประเทศ สูงสุดแล้ว

    ยังสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้มากขึ้น พร้อมๆ กับความประทับใจและชื่นใจกับการท่องเที่ยวของไทยไปตลอดกาล

Cr  :   พุธทรัพย์ มณีศรี / บ้านเมือง
เว็บเกี่ยวข้อง : ไวไฟพกพา ( Pocket Wifi )