แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อินเทอร์เน็ต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อินเทอร์เน็ต แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

"โนเกีย"พร้อมขยายโครงข่าย 4G

"โนเกีย"พร้อมขยายโครงข่าย 4G
Photo : innovation.verizon

"โนเกีย"พร้อมขยายโครงข่าย 4G  ย้ำประมูล 4G ดันจีดีพีไทยโต 2.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ  นายแดนเนียล มาวซูฟ หัวหน้าฝ่ายการตลาด และสื่อสารองค์กร ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และญี่ปุ่น โนเกีย เน็ตเวิร์คส์ เปิดเผยว่า การประมูล 4G บนคลื่น 900 และ 1800 MHz เดือน พ.ย.นี้จะช่วยให้จีดีพีของประเทศมาจากอุตสาหกรรมไอซีทีเติบโตขึ้น 23,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (8.2 แสนล้านบาท) ภายในปี 2563 ตามข้อมูลการศึกษาของสมาคมจีเอสเอ็มเอ จากการลงทุนโครงข่ายของผู้ชนะประมูล รวมถึงอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอื่นที่จะนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจของ ตนเอง

โนเกีย(Nokia) ย้ำการประมูลคลื่น 900 และ 1800 MHz มีส่วนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมมีประสิทธิภาพมากขึ้น และ"โนเกีย"พร้อมขยายโครงข่าย 4G   ปัจจุบันการใช้ข้อมูล (Data) เติบโตรวดเร็วสวนทางเสียง (Voice) จากความต้องการในการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภค และอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งบริการ 4G บน 2 ความถี่ตอบโจทย์ได้ด้วยความเร็วที่มากกว่า 3G ถึง 10 เท่าตัว ทำให้ความหน่วงของสัญญาณลดลงจนการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ด้วยกัน (M2M) ดีขึ้น หากเราดูภาพวิดิโอบนมือถือสมาร์ทโฟนจากกล้อง IP Camera ก็จะได้ภาพต่อเนื่องรวดเร็วและชัดเจนอีกด้วย เป็นต้น

ถ้าไล่ตั้งแต่ 3G เป็นการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น(Mobile Internet) 4G เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพความเร็ว และ 5G ลดความหน่วงของสัญญาณเพื่อใช้งานระหว่างอุปกรณ์ เช่น รถยนต์ที่ขับเองได้ หรือการบริหารจราจรอัจฉริยะ 5G ตอบโจทย์สมาร์ทซิตี้ด้วย ทำให้การสั่งการต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ทันที แต่ในไทยต้องรออีกระยะเพราะโอเปอเรเตอร์เพิ่งลงทุน 3G เมื่อ 3 ปีก่อน ปีนี้โอเปอเรเตอร์และ"โนเกีย"พร้อมขยายโครงข่าย 4G

ด้านนายฮาราลด์ ไพรซ์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจเน็ตเวิร์ก ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โนเกีย เน็ตเวิร์คส์กล่าวว่า อยู่ระหว่างควบรวมกิจการกับ "อัลคาเทล-ลูเซ่น" คาดว่าจะเสร็จในครึ่งแรกของปี 2559 ทำให้บริษัทเป็นผู้ให้บริการและจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมทุกรูปแบบ ต้นปีหน้ารุกขยายตลาดบริการครบวงจร ย่ำ"โนเกีย"พร้อมขยายโครงข่าย 4G กับโอเปอเรเตอร์ทุกราย

เมื่อโนเกีย(Nokia)รวมกับอัลคาเทลฯ ก็จะกลายเป็น 1 ใน 2 ซัพพลายเออร์ด้านโมบายเน็ตเวิร์ก(Mobile Network), ฟิกซ์เน็ตเวิร์ก(Fixed Network), ไอพี-ออฟติคอลเน็ตเวิร์ก(IP Optical Network)ที่ได้มาจากอัลคาเทลฯและแอปพลิเคชั่นกับระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ พัฒนาร่วมกันในชื่อ Nokia Ad Analytics ทั้งหมดจะเข้ามาทำตลาดในไทย "โนเกีย"พร้อมขยายโครงข่าย 4G รองรับการนำข้อมูลที่มีมาใช้โดยวิเคราะห์แบบบิ๊กดาต้าเป็นเรื่องที่สำคัญ

สำหรับ ในประเทศไทยมีเอไอเอสเป็นลูกค้าหลักส่วนรายอื่นก็ใช้แต่น้อยกว่า หลังประมูล 4G เสร็จ"โนเกีย"พร้อมขยายโครงข่าย 4G ก็จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชนะประมูลเพื่อช่วยพัฒนาโครงข่ายให้มี ประสิทธิภาพทั้งโมบายและฟิกซ์เน็ตเวิร์ก

ส่วนการเป็นพันธมิตรกับ บมจ.ทีโอทีเพื่อขยายโครงข่าย 3G บนคลื่น 2100 MHz ระยะที่ 2 ต้องรอความชัดเจนจากพันธมิตร หลังขยายโครงข่ายระยะแรกในกรุงเทพฯ ถ้าพันธมิตรมีข้อเสนอที่ดี "โนเกีย"พร้อมขยายโครงข่าย 4G  เพราะตลาดประเทศไทยมีโอกาสอีกมากจากจำนวนเลขหมายโทรศัพท์มือถือที่มีมากกว่า 100 ล้านเลขหมาย มีการใช้ดาต้าเพิ่มขึ้น 165% ภายในปี 2563 เทียบกับปี 2558

นายฮาราลด์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันเริ่มมีการทดลอง 5G บนคลื่น 1800 MHz และ 2600 MHz ในศูนย์วิจัยและพัฒนาที่ฟินแลนด์ และผู้ให้บริการในเกาหลีใต้และญี่ปุ่นได้ความเร็วที่ 10 Mbps และความหน่วงของสัญญาณเพียง 1 มิลลิวินาที ตอบโจทย์การใช้งาน M2M และบริการยุค IoT (Internet of Things) ทำให้ทุกอย่างเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อที่สุด คาดว่า 5G จะให้บริการแพร่หลายในปี 2563

Cr.ประชาชาติธุรกิจ

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

โดรนพลังงานแสงอาทิตย์

โดรนพลังงานแสงอาทิตย์


โดรนพลังงานแสงอาทิตย์
“แอร์บัส” บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมการบินของยุโรป เผย เตรียมสร้าง “โดรนพลังงานแสงอาทิตย์” เพื่อสอดแนม ให้กับกองทัพอังกฤษ ซึ่งสามารถทำการบินอยู่บนท้องฟ้าได้นานต่อเนื่องถึง 90 วัน
     
รายงาน ซึ่งอ้างแหล่งข่าวภายในบริษัทแอร์บัสระบุว่า ทางบริษัทกำลังดำเนินโครงการลับสุดยอดเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้กับกองทัพของ สหราชอาณาจักร ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ โครงการพัฒนาอากาศยานไร้นักบิน หรือ โดรนพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ และสามารถบินได้ที่ระดับความสูงมากกว่าเครื่องบินโดยสารทั่วไปถึงเท่าตัว หรือที่ระดับความสูงราว 70,000 ฟุตเหนือพื้นดิน
     
รายงานซึ่ง อ้างแหล่งข่าวในบริษัทแอร์บัสยังระบุว่า โดรนพลังงานแสงอาทิตย์ดังกล่าวกำลังจะถูกพัฒนาให้สามารถทำการบินได้นานต่อ เนื่องถึง 90 วัน โดยไม่จำเป็นต้องชาร์จพลังงานใหม่สามารถให้พลังงานไฟฟ้าและแสงสว่างภายใน เครืองบินได้ เหมือนมีโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ บนเครื่องบิน ขณะเดียวกันยังสามารถแบกรับน้ำหนักของยุทโธปกรณ์ด้านการสอดแนมที่จะติดตั้ง ไปกับลำตัวของโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ได้อีก 10 กิโลกรัม
     
ก่อน หน้านี้ ทางบริษัทแอร์บัสเคยทำการทดสอบโดรนพลังงานแสงอาทิตย์รุ่น “Zephyr” ณ สถานที่ลับแห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่า โดรนพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นนี้สามารถทำการบินได้นานต่อเนื่อง 14 วัน และถือเป็นสถิติการบินต่อเนื่องที่ยาวนานที่สุดของโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ใน ปัจจุบัน  อย่างไรก็ดี ทางกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรยังคงไม่ออกมาให้ความเห็นใด ๆ ต่อกระแสข่าวดังกล่าว  แต่ก็ไม่ใช้เรื่องเศร้าที่เดียว เพราะก็มีการทำโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ของผู้ใจบุญนาม Facebook ต่อผู้ยากไร้ในทวีปแอฟริกา

ก่อนหน้านี้มีข่าวเรื่องโดรนพลังงานแสง อาทิตย์มาแล้ว หลายท่านคงทราบข่าวนี้ที่ผ่านมาว่า facebook ทุ่มงบกว่า 60 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ ซื้อ “Titan Aerospace” ซึ่งเป็นบริษัทผลิตโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ รุ่น “Solara 60”  เพื่อให้ผลิตโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 11,000 ลุยโปรเจค Internet.org  ซึ่งหวังให้ 2 ใน 3 ของประชากร มีช่องทางเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น  งานประชุมของกลุ่มนักพัฒนา Facebook [ F8 ] ประจำปี 2015  ซึ่งหนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจและอาจอยู่ใกล้ตัวเราในอนาคต นั่นคือ โครงการ Internet.org  ซึ่งเป็นโครงการที่ตั้งเป้าว่าจะทำให้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ได้

การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ทั่วโลก ผ่านทาง 2G , 3G และ 4G  จะพบว่ามีหลายพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึง ซึ่งมีมากถึง 2 ใน 3 ของโลก และ ประชากร 1,1ooล้าน – 2,800 ล้านราย อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 2G , 3G และ 4G เข้าไม่ถึง หากคุณในพื้นที่ที่เป็นเมือง แน่นอนว่า จะทำให้มี internet access ได้ไม่ยาก แต่ถ้าไปยังพื้นที่ห่างไกล การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ยากขึ้น  Facebook จึงคิดที่จะใช้ UAV หรือโดรนพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อให้บริการ internet ขึ้นมา

โดยโดรนพ ลังงานแสงอาทิตย์ของ facebook นี้ เป็นโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเครื่องบินเจ็ต ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ สามารถกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ บนชั้นบรรยากาศของโลก  โดยโดรนพลังงานแสงอาทิตย์นี้จะบินบนความสูงจากพื้นโลกกว่า 65,000ฟุต โดรนพลังงานแสงอาทิตย์ของ facebook จะเริ่มทดสอบบินและให้บริการที่สหรัฐ ในปีหน้า และในอนาคตเจ้าโดรนพลังงานแสงอาทิตย์จาก facebook นี้จะให้บริการใน สหรัฐอเมริกา เอเชีย และ แอฟริกา เป็นเวลา 3-5 ปี ซึ่งแอฟริกานี้เป็นประเทศที่เข้าถึงโลกออนไลน์ได้ยาก แต่คงจะดีถ้าจะมีพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นดินเพื่อเอามาชาร์ตอุปกรณ์อินเตอร์ เน็ตบนภาคพื้นดิน หรือ แม้นกระทั้งแถมโคมไฟโซล่าเซลล์ตอนเล่นเน็ตตอนกลางคืน น่าจะดี

facebook ใช้โดรนพลังงานแสงอาทิตย์ บินสูงอยู่เหนือพื้น 60,000 ฟุต เพื่อส่งสัญญาณทางอินเทอร์เน็ต กระจายสัญญาณเน็ตให้ทุกคนได้ใช้เน็ตได้ สำหรับโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ facebook ดำเนินการอยู่นี้ อยู่ในระหว่างการสร้างเป็น Prototype อยู่ โดยได้เริ่มทำตัวเครื่องแล้ว โดรนพลังงานแสงอาทิตย์ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์นี้ สามารถอยู่ได้นาน 1 เดือนต่อครั้ง โดยหากโปรเจคนี้สำเร็จจะทำให้คนทั่วโลกเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายมากขึ้น แม้สภาพพื้นที่นั้น ทั่วไปอินเทอร์เน็ตจะเข้าถึงยาก แต่หากมีโดรนพลังงานแสงอาทิตย์นี้บินอยู่ ไม่ว่าจะที่ไหนๆก็มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ได้

Cr.ผู้จัดการ

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

บ้านอัจฉริยะ "SMART HOME"

บ้านอัจฉริยะ "SMART HOME"
Photo : Samsung

ยุค InternetOf Things (IOTs) เชื่อมทุกอย่างด้วยอินเทอร์เน็ต ใกล้ตัวเข้ามาอีกหน่อยแล้ว และกำลังเป็นจริงในไม่ช้า บ้านอัจฉริยะ "SMART HOME" ที่กำลังจะเป็นจริงแล้ว เชื่อมทุกอย่างในบ้านด้วยอินเทอร์เน็ต แล้วกำลังจะเกิดขึ้นที่ประเทศไทย

"โจ ชาน" รองประธาน ธุรกิจลูกค้าองค์กร บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่าซัมซุงเป็นแบรนด์ที่มีครบตั้งแต่สมาร์ทโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้า โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และได้เริ่มพัฒนานวัตกรรมเพื่อเชื่อมต่อหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคมแต่สำคัญ ที่สุด คือ "SMART HOME" ซึ่งเริ่มทำตลาดในอเมริกาและอังกฤษแล้ว ในอาเซียนเริ่มที่สิงคโปร์จากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ประชากรเข้า ถึงอินเทอร์เน็ตได้ทั้ง 100% และ 82% เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของตนเอง รวมทั้งไลฟ์สไตล์

SMART HOME จะทำให้อุปกรณ์ฉลาดขึ้น ไม่ว่าเชื่อมต่อผ่านระบบ WiFi โดยตรงหรือผ่าน พ็อกเก็ตไวไฟ(Pocket WiFi) ด้วย 3G หรือ 4G  และควบคุมด้วยแอปพลิเคชั่นได้จากทุกที่ทุกเวลา โดยอาศัยหน่วยประมวลผลกลาง (Smart things Hub) และเซ็นเซอร์ที่จะตรวจจับความร้อนการสั่นสะเทือน และความชื้น เพื่อแจ้งเตือนให้ผู้ใช้รู้ความเคลื่อนไหวในบ้าน อาทิ แจ้งเตือนผู้มาหา, แจ้งเตือนระบบน้ำ, ระบบไฟ และอันตรายต่าง ๆ เมื่อลืมปิดแก๊ส หรือน้ำล้นจากอ่างล้างจาน เป็นต้น

และตั้งแต่ปี 2020 "ซัมซุง" จะผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น ไวไฟพกพา (Pocket WiFi)  รวมถึงปลั๊กไฟ และที่ล็อกประตูอัจฉริยะ (Digital Door Lock) ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ทั้งจะเพิ่มเซ็นเซอร์การตรวจจับการนอน การวัดสุขภาพของผู้สูงอายุภายในบ้าน ตามแนวคิด "home that care for you" เพื่อเข้าสู่ยุค IOTs เต็มตัว

ต้นแบบ "ซัมซุง สมาร์ทโฮม" ที่สิงคโปร์ เป็นโชว์เคสที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชีย จำลองวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ของชาวสิงคโปร์ที่ไม่มีเวลาดูแลผู้สูงอายุแต่ ก็ไม่สามารถจ้างคนมาดูแลพิเศษได้เพราะค่าใช้จ่ายแพงมากหลายบ้านจึงมีผู้สูง อายุและเด็กอยู่กันลำพัง

"ซัมซุง สมาร์ทโฮมจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้ มีระบบส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อผู้สูงอายุหกล้มและหมดสติ ระบบความปลอดภัยและการเตือนการเปิด-ปิดประตู หน้าต่าง หรือคอนโทรลระบบไฟฟ้าระบบ WiFi หรือผ่าน พ็อกเก็ตไวไฟ(Pocket WiFi) โดยใช้งบประมาณไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือราว 400 ดอลลาร์สิงคโปร์ ไม่รวมตัวเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยระบบจะรองรับการเชื่อมต่อได้ 300 อุปกรณ์พร้อมกันผ่านระบบ WiFi ควบคุมผ่านแอปพลิเคชั่น ทั้งไอโอเอส แอนดรอยด์ และวินโดวส์โฟน"

สำหรับในประเทศไทย "มณฑล มังกรกาญจน์" ผู้อำนวยการ ธุรกิจลูกค้าองค์กร ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า เริ่มนำสมาร์ทโฮมเข้ามาแล้ว โดยนำร่องแห่งแรกกับคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยม ย่านสุขุมวิท 31  ก่อนจะขยับไปในอีกหลายโครงการ และเตรียมจะนำเข้ามาทำตลาดทั่วไปในปีหน้า

Cr.ประชาชาติธุรกิจ

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ

ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ

19/8/2015 11:35

    ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ

     คงไม่มีใครปฏิเสธได้ถึงการใช้ชีวิตของสังคมปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตเข้ามามี บทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมาก ไม่ว่าจะเพื่อการประกอบอาชีพ การสนทนาติดต่อสื่อสาร หรือการสั่งซื้อของและการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งจำเป็นต้องใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต ไม่เช่นนั้นก็ควรมี Pocket WiFi ติดตัวไปเพื่อการดังกล่าว    

      ปัญหาอินเทอร์เน็ตไม่เป็นดังใจหวังหากไม่มีสัญญาณไวไฟ หรือไม่มีอุปกรณ์ไวไฟพกพาติด ตัวไปด้วย เมื่อไปยังสถานที่ไม่คุ้นเคย  กลายเป็นปัญหาสำคัญสำหรับใครหลายๆ คน หากต้องติดต่องานผ่านอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จึงปิ๊งไอเดียสร้างเครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตหยอดเหรียญ หรือ ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ สร้างเครือข่ายอออนไลน์ไม่สะดุด
     
       สารพัดตู้หยอดเหรียญที่เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้คนในปัจจุบันกลาย เป็นวิถีชีวิตคนเมืองที่หลายคนขาดไม่ได้ ล่าสุดมีผู้คิดค้น “ตู้กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบหยอดเหรียญ” ตอบโจทย์เทรนด์คนรุ่นใหม่ พร้อมจดอนุสิทธิบัตร การันตีนวัตกรรมไอทีหนึ่งเดียวในไทย
     
       ผศ.ดร.ชุติมา ประสาทแก้ว อาจารย์สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เจ้าของผลงาน “เครื่องให้บริการกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบหยอดเหรียญ (Wi-Fi Vending Machine)"
     
       เผยที่มาไอเดียนี้ว่าเกิดมาจากตัวเองล้วนๆ ที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดอยู่บ่อยครั้ง แต่ยังต้องติดต่องานผ่านทางอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งบางครั้งหลายสถานที่ก็ไม่เอื้ออำนวยในการทำงานต้องไปหาร้านอินเทอร์เน็ต เพื่อทำงานซึ่งไม่สะดวก จึงคิดว่าหากมีเครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตหยอดเหรียญเหมือนตู้น้ำดื่ม หยอดเหรียญ ตู้เติมเงินมือถือก็คงจะดี จึงเป็นที่มาของ ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ

        ทำให้อาจารย์ชุติมาเริ่มศึกษาข้อมูลเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อนำมาปรับ ใช้ในการสร้างเครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยพบว่าปัจจุบันมีวิธีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไร้สาย Wireless Lan สามารถลดค่าใช้จ่ายในการวางระบบบเครือข่าย โดยไม่ต้องมีการวางระบบเครือข่ายให้ยุ่งยากซับซ้อน ไม่ต้องเดินสาย LAN เพียงมีจุดในการวางอุปกรณ์ Access Point ที่สามารถกระจายสัญญาณได้ดี
      
         รวมถึงเป็นทำเลที่ขยายระบบได้ง่าย ปรับใช้ในองค์กรหรือความต้องการได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานได้ โดย ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ ดังกล่าวเหมาะสำหรับสถานประกอบการต่างๆ ด้านธุรกิจการสื่อสารหรือตามสถานที่ต่างๆ เช่น สถานีรถขนส่ง สถานีรถไฟหรือรถไฟฟ้า โรงพยาบาล หน่วยงานราชการ (อำเภอ ที่ดิน และศาล) สถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์การให้บริการสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ง่ายและสะดวกในการใช้งาน
     
       สำหรับเครื่องกระจายสัญญาณไวไฟแบบหยอดเหรียญ หรือ ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ เป็นการซื้อเวลาในการเข้าใช้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยลักษณะการทำงานของผู้ใช้หยอดเหรียญเข้าไปในเครื่องตามจำนวนชั่วโมงที่ ต้องการใช้ เครื่องจะพิมพ์ User Name และ Password สำหรับใช้งานในระบบ จากนั้นระบบจะทำการจับเวลาในการเข้าใช้งานและจะหยุดบริการเมื่อหมดเวลาใช้ งาน ถือว่าขั้นตอนไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ใช้งานเลย

       ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาต่อยอด ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ กับนักศึกษา โดยพัฒนาระบบเพื่อตอบสนองความต้องการให้กับกลุ่มผู้ใช้หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะผู้พิการทางสายตา พิการทางการได้ยิน เช่น การจัดทำอักษรเบรลหรือคำบรรยาย สำหรับคำสั่งต่างๆ ในการใช้งาน หรือมีเสียงประกอบ เป็นต้น

        นอกจากนี้ยังพัฒนาเพิ่มระยะของการปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ให้มีความไกลและแรงมากขึ้น เพิ่มเครื่องรับเงินแบบธนบัตร เพิ่มเครื่องทอนเงิน ให้มีการแจ้งเตือนเมื่อเวลาการใช้งานใกล้จะหมดตามจำนวนเงินที่หยอด มีกล้องวงจรปิดติดที่เครื่องเก็บข้อมูลลงฐานข้อมูลเพื่อใช้อ้างอิงกรณีที่ อาจเกิดปัญหาหรือต้องการใช้อ้างอิงในทางกฎหมาย มีระบบสัญญาณกันขโมยติดที่เครื่อง

        ผู้สนใจเครื่องกระจายสัญญาณ Wi-Fi แบบหยอดเหรียญ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ผศ.ดร.ชุติมา ประสาทแก้ว โทร.080-5791872 หรือสนใจเข้าชมผลงานดังกล่าวได้ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โดยที่ผ่านมามีผู้สนใจซื้อตู้WiFiหยอดเหรียญเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ทางอาจารย์ชุติมายังไม่พร้อมเพราะต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาบางส่วน แต่คาดว่าจะออกจำหน่ายได้ในเร็วๆ นี้
     
        ล่าสุดเครื่องกระจายสัญญาณไวไฟแบบหยอดเหรียญ หรือ ตู้ไวไฟ(Wi-Fi)หยอดเหรียญ อาจารย์ชุติมาได้ทำการจดอนุสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้วป้องกันการลอกเลียนแบบ

Cr.ผู้จัดการ,Flashfly

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วิธีง่ายๆ เพิ่มสัญญาณWiFi ในบ้าน

Photo : Vox.com

เคยเจอปัญหาสัญญาณไวไฟ(WiFi)ในบ้านไปไม่ทั่ว มีจุดอับสัญญาณ แถมความรู้ ความชำนาญก็ไม่เยอะหรือเปล่า แล้วจะทำยังไงให้มีไวไฟ(WiFi)แรง ๆ ใช้ทั่วบ้าน

ปัจจุบันนี้คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้านต้องปวดหัวเนื่องมาจากสัญญาณไว ไฟ(WiFi)ที่ช้า หรือบางทีไม่วิ่งเลย ทำให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในหัวใจ บางทีคุณอาจจะได้รับสัญญาณไวไฟ(WiFi)ได้เต็มขีดที่ห้องนอน แต่พอคุณก้าวพ้นห้องนอนไปที่ห้องครัวเท่านั้น ตัวรับสัญญาณ WiFi บนไอแพดของคุณกลับเหลือ 2 ขีดซะงั้น เรามี 5 วิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เพื่อเพิ่มระยะทางและสัญญาณไวไฟ(WiFi)ให้กับบ้านของคุณ
     
1.เปลี่ยนเสาอากาศของเราเตอร์(WiFi Router Antenna)
   
เพราะ เสาอากาศที่ติดมานั้นถูกออกแบบให้ส่งสัญญาณได้รอบทิศทาง ซึ่งบ่อยครั้งที่สัญญาณจะไปชนกับผนังหรือตู้ ดังนั้น การเปลี่ยนเสาอากาศใหม่ที่สามารถเน้นไปในทิศทางที่คุณต้องการมากที่สุด หรือที่เรียกว่าเสาอากาศแบบ high-gain ซึ่งทั้งบริษัท D-Link Linksys และ Hawking ต่างมีเสาอากาศแบบนี้จำหน่าย
     
2.เพิ่มไวไฟรีพีตเตอร์(WiFi Repeater)

ตัว ไวไฟรีพีตเตอร์(WiFi Repeater)นี้จะเพิ่มระยะส่งสัญญาณไวไฟ(WiFi)ให้ไกลขึ้น คุณสามารถติดตั้งตัวนี้โดยไม่ต้องเดินสายเพิ่ม เพียงแค่ติดตั้งไวไฟรีพีตเตอร์(WiFi Repeater)ในจุดที่อยู่ระหว่างเราท์เตอร์และจุดที่คุณต้องการเพิ่มสัญญาณ โดยหลังจากติดตั้งไว-ไฟรีพีตเตอร์ คุณควรจะเห็นประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นในทันที
     
3.กำจัดสิ่งที่รบกวนสัญญาณไวไฟ(WiFi)ออกไป
     
สิ่ง ที่หนักและหนา เช่น กำแพงที่หนา ตู้ที่มีโลหะเป็นส่วนประกอบ และอื่นๆ ล้วนแต่เป็นอุปสรรคได้ พยายามที่จะย้ายเราเตอร์ของคุณให้ห่างจากสิ่งเหล่านี้ หรือตั้งมันให้อยู่ในที่สูงขึ้น เพื่อให้มันกระจายสัญญาณได้ดีขึ้น ในทางเดียวกัน ตัวส่งสัญญาณอื่นๆ เช่น โทรศัพท์บ้านแบบไร้สาย เครื่องมอนิเตอร์เด็กทารก และรีโมตเปิดประตูโรงรถสามารถส่งคลื่นรบกวนสัญญาณไวไฟ(WiFi)ของเราเตอร์ได้ ดังนั้นพยายามที่จะไม่ให้สิ่งพวกนี้อยู่ใกล้ๆ กับเราเตอร์ของคุณ
     
4.อัปเดตเฟิร์มแวร์ของเราเตอร์(Router)
     
โดย ปกติแล้วบริษัทผู้ผลิตมักจะให้อัปเดตเฟิร์มแวร์ของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ เข้าเว็บไซต์บริษัทเราเตอร์เพื่อทำการอัปเดต และถ้าคุณใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ ให้แน่ใจว่าคุณได้อัปเดตซอฟต์แวร์ของเน็ตเวิร์กล่าสุดสหรับระบบปฏิบัติการวิ นโดวส์(Windows) ตอนนี้ก็มีวินโดวส์ 10(Windows10) มาให้ลองใช้งานฟรีแล้ว
     
5.เปลี่ยนตัวรับสัญญาณ WiFi แบบ USB WiFi 
     
ถ้าหากคุณมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กรุ่นเก่าที่ไม่สามรถรับสัญญาณไวไฟ(WiFi)ในตัว ให้พิจารณาเปลี่ยนมาใช้ตัวรับสัญญาณ WiFi แบบ USB WiFi   แทนที่จะเป็นแบบการ์ด มันจะเพิ่มศักยภาพการรับสัญญาณของตัวโน้ตบุ๊กอย่างเห็นได้ชัด

และ สุดท้ายก่อนจบ ขอให้ตรวจเช็คว่าระบบไวไฟ(WiFi)ในบ้านคุณนั้นไม่มีเพื่อนบ้านแอบมาร่วมแจม อาจจะไม่เกี่ยวกับเพิ่มประสิทธิภาพเท่าไหร่นัก แต่มันทำให้คุณนอนหลับได้ ทำให้มั่นใจว่ามีแต่คุณและคนในครอบครัวเท่านั้นที่สามารถใช้ระบบไวไฟ(WiFi) ของบ้านคุณได้เท่านั้น

ระบบรักษาความปลอดภัยทางเน็ตเวิร์กโดยพื้นฐานแล้วมี 2 วิธี คือ WPA (wifi protected access) และ WEP (Wired Equivalent Privacy) ซึ่งทั้ง 2 วิธีต้องการพาสเวิร์ด(password)เพื่อใช้แสดงตัวในการผ่านเข้าระบบเพื่อใช้ งาน แต่ถ้าคุณไม่มีทั้งคู่ควรปรึกษากับผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ตของคุณ

Cr.ผู้จัดการ