แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัจฉริยะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัจฉริยะ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

บ้านอัจฉริยะ "SMART HOME"

บ้านอัจฉริยะ "SMART HOME"
Photo : Samsung

ยุค InternetOf Things (IOTs) เชื่อมทุกอย่างด้วยอินเทอร์เน็ต ใกล้ตัวเข้ามาอีกหน่อยแล้ว และกำลังเป็นจริงในไม่ช้า บ้านอัจฉริยะ "SMART HOME" ที่กำลังจะเป็นจริงแล้ว เชื่อมทุกอย่างในบ้านด้วยอินเทอร์เน็ต แล้วกำลังจะเกิดขึ้นที่ประเทศไทย

"โจ ชาน" รองประธาน ธุรกิจลูกค้าองค์กร บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่าซัมซุงเป็นแบรนด์ที่มีครบตั้งแต่สมาร์ทโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้า โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และได้เริ่มพัฒนานวัตกรรมเพื่อเชื่อมต่อหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคมแต่สำคัญ ที่สุด คือ "SMART HOME" ซึ่งเริ่มทำตลาดในอเมริกาและอังกฤษแล้ว ในอาเซียนเริ่มที่สิงคโปร์จากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ประชากรเข้า ถึงอินเทอร์เน็ตได้ทั้ง 100% และ 82% เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของตนเอง รวมทั้งไลฟ์สไตล์

SMART HOME จะทำให้อุปกรณ์ฉลาดขึ้น ไม่ว่าเชื่อมต่อผ่านระบบ WiFi โดยตรงหรือผ่าน พ็อกเก็ตไวไฟ(Pocket WiFi) ด้วย 3G หรือ 4G  และควบคุมด้วยแอปพลิเคชั่นได้จากทุกที่ทุกเวลา โดยอาศัยหน่วยประมวลผลกลาง (Smart things Hub) และเซ็นเซอร์ที่จะตรวจจับความร้อนการสั่นสะเทือน และความชื้น เพื่อแจ้งเตือนให้ผู้ใช้รู้ความเคลื่อนไหวในบ้าน อาทิ แจ้งเตือนผู้มาหา, แจ้งเตือนระบบน้ำ, ระบบไฟ และอันตรายต่าง ๆ เมื่อลืมปิดแก๊ส หรือน้ำล้นจากอ่างล้างจาน เป็นต้น

และตั้งแต่ปี 2020 "ซัมซุง" จะผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น ไวไฟพกพา (Pocket WiFi)  รวมถึงปลั๊กไฟ และที่ล็อกประตูอัจฉริยะ (Digital Door Lock) ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ทั้งจะเพิ่มเซ็นเซอร์การตรวจจับการนอน การวัดสุขภาพของผู้สูงอายุภายในบ้าน ตามแนวคิด "home that care for you" เพื่อเข้าสู่ยุค IOTs เต็มตัว

ต้นแบบ "ซัมซุง สมาร์ทโฮม" ที่สิงคโปร์ เป็นโชว์เคสที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชีย จำลองวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ของชาวสิงคโปร์ที่ไม่มีเวลาดูแลผู้สูงอายุแต่ ก็ไม่สามารถจ้างคนมาดูแลพิเศษได้เพราะค่าใช้จ่ายแพงมากหลายบ้านจึงมีผู้สูง อายุและเด็กอยู่กันลำพัง

"ซัมซุง สมาร์ทโฮมจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้ มีระบบส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อผู้สูงอายุหกล้มและหมดสติ ระบบความปลอดภัยและการเตือนการเปิด-ปิดประตู หน้าต่าง หรือคอนโทรลระบบไฟฟ้าระบบ WiFi หรือผ่าน พ็อกเก็ตไวไฟ(Pocket WiFi) โดยใช้งบประมาณไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือราว 400 ดอลลาร์สิงคโปร์ ไม่รวมตัวเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยระบบจะรองรับการเชื่อมต่อได้ 300 อุปกรณ์พร้อมกันผ่านระบบ WiFi ควบคุมผ่านแอปพลิเคชั่น ทั้งไอโอเอส แอนดรอยด์ และวินโดวส์โฟน"

สำหรับในประเทศไทย "มณฑล มังกรกาญจน์" ผู้อำนวยการ ธุรกิจลูกค้าองค์กร ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า เริ่มนำสมาร์ทโฮมเข้ามาแล้ว โดยนำร่องแห่งแรกกับคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยม ย่านสุขุมวิท 31  ก่อนจะขยับไปในอีกหลายโครงการ และเตรียมจะนำเข้ามาทำตลาดทั่วไปในปีหน้า

Cr.ประชาชาติธุรกิจ

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

รถวีลแชร์อัจฉริยะ


  รถวีลแชร์อัจฉริยะ

  เมื่อประเทศกำลังเดินหน้าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและผู้พิการ อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องถูกพัฒนาขึ้นมาควบคู่กันจึงเป็นเรื่องของเครื่องมือ เครื่องไม้อัจฉริยะสำหรับตอบสนองการเคลื่อนไหว ในยามที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายทำงานได้ไม่สะดวกเหมือนเคย และจะดีแค่ไหนหากผู้พิการและผู้สูงอายุบนวีลแชร์สามารถไปไหนมาไหนเองได้ อย่างปลอดภัย และจะดีแค่ไหนหากพวกเขาสามารถสั่งงานอุปกรณ์เหล่านั้นได้แบบไม่ยากเย็น ตามไปดูวีลแชร์อัจฉริยะ(Smart Wheelchair)จากนักวิจัยมหิดล ที่จะทำให้ชีวิตของผู้พิการไม่ยุ่งยากอีกต่อไป
     
       นายดิลก ปืนฮวน นักศึกษาปริญญาเอกและนักวิจัยห้องปฏิบัติการเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้พัฒนารถวีลแชร์อัจฉริยะ(Smart Wheelchair) กล่าวว่า สิ่งประดิษฐ์ที่เขาทำขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตั้งแต่ระดับที่มีอาการน้อยไป จนถึงระดับที่ไม่สามารถขยับร่างกายได้แต่สมองยังสั่งการได้อยู่ เพราะมีระบบนำทางอัตโนมัติที่ถูกโปรแกรมให้รับคำสั่งจากผู้ใช้งานได้โดยตรง

        รถวีลแชร์อัจฉริยะ(Smart Wheelchair)มีระบบนำทางอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นจะสามารถพาผู้ป่วยไปในสถานที่ ที่ต้องการได้ในปลายทางที่บันทึกไว้แล้วตั้งแต่แรก โดยใช้มือ ใช้คาง ในกรณีที่กล้ามเนื้อคอสามารถทำงานได้ปกติและระบบใช้การกลอกลูกตาหรือสัญญาณ จากสมอง ไปยังเคอเซอร์ที่จะกดคำสั่งบนจอคอมพิวเตอร์คล้ายกับการคลิกเมาส์ เพื่อควบคุมทิศทางของวีลแชร์ได้อย่างอิสระ
     
       นักวิจัย อธิบายว่า ระบบการทำงานของวีลแชร์มี 2 ระบบคือ ระบบอัตโนมัติและระบบธรรมดา โดยระบบนำทางอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นจะสามารถพาผู้ป่วยไปในสถานที่ที่ต้องการ ได้อัตโนมัติโดยการเลือกตำแหน่งปลายทางที่บันทึกไว้แล้วตั้งแต่แรก โดยใช้มือ ในกรณีที่ผู้ป่วยที่ยังใช้มือได้, ใช้คาง ในกรณีที่กล้ามเนื้อคอสามารถทำงานได้ปกติ, ใช้การกลอกลูกตาหรือสัญญาณจากสมอง ในกรณีที่ผู้ป่วยพิการทั้งร่างกายไปยังเคอเซอร์ที่จะกดคำสั่งบนจอ คอมพิวเตอร์คล้ายกับการคลิกเมาส์ ที่ในระหว่างการนำทางระบบยังสามารถตรวจจับ และหลบหลีกสิ่งกีดขวางอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ได้อีกด้วย
     
       “ความโดดเด่นอีกประการ คือ ผู้ใช้รถวีลแชร์อัจฉริยะ(Smart Wheelchair)สามารถเปลี่ยนโหมด การทำงานเป็นโหมดการทำงานแบบธรรมดาได้ด้วย ซึ่งในการควบคุมโหมดธรรมดานี้ผู้ใช้จะสั่งงานได้จากหลายๆ อวัยวะตามถนัดทั้งมือ, คาง, ตา หรือสัญญาณสมอง เพื่อควบคุมทิศทางของวีลแชร์ได้อย่างอิสระ และยังสามารถบันทึกตำแหน่งที่ต้องการเพิ่มเติมได้อีก ” นายดิลก เผยแก่ทีมข่าวผู้จัดการวิทยาศาสตร์

       ในส่วนขององค์ประกอบ นายดิลก ระบุว่าจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนของคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก (Mini PC) สำหรับเก็บข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ บนวีลแชร์เพื่อส่งไปยังเซิฟเวอร์ผ่านระบบไวไฟ, 2.จอแอลอีดีเล็กขนาด 7 นิ้ว สำหรับติดต่อกับผู้ใช้งาน,3.เครื่องสแกนเลเซอร์(Laser Scanner)เป็นเสมือนเครื่องสแกนแบบพกพา สำหรับระบุตำแหน่งของวีลแชร์ เพื่อใช้ในการนำทางและตรวจจับสิ่งกีดขวาง และส่วนสุดท้ายคือ 4.สแกนเนอร์เลเซอร์แบบหมุนได้ ที่ใช้สำหรับตรวจสอบจับสิ่งกีดขวางที่อยู่บนพื้น
     
       ก่อนที่จะใช้ระบบนำทางอัตโนมัตินั้นระบบจำเป็นจะต้องมีแผนที่ของห้องที่ผู้ ใช้จะไปก่อน โดยระบบจะทำการสร้างแผนที่จากโอโดมิเตอร์ (Odometer) และเครื่องสแกนเลเซอร์ (Laser Scanner) ที่ทำหน้าที่เหมือนเครื่องสแกนแบบพกพาติด ตั้งอยู่บนรถเข็นโดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า “แสลม” (Simulatoneus locolization and mapping: SLAM) ที่จะบันทึกจุดหรือสถานที่ที่ผู้ใช้งานใช้เป็นประจำ เช่น ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ซึ่งระบบแสลมดังกล่าวนักวิจัยเผยว่า ได้พัฒนาขึ้นมาจากระบบอาร์โอเอส (Robot Operating System: ROS) ที่ผู้ใช้งานเพียงเลือกสถุานีปลายทาง ระบบก็จะทำการประมวลผลเส้นทางที่เป็นไปได้ และเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ก่อนจะนำวีลแชร์อัจฉริยะ(Smart Wheelchair)ไปถึงจุดหมาย
     
       “ณ ตอนนี้เราถือว่าประสบความสำเร็จและพร้อมผลิตรถวีลแชร์อัจฉริยะ(Smart Wheelchair)หากมีผู้สนใจ แต่ปัญหาอีกสิ่งที่กังวลคือ เรื่องของราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่ที่ประมาณ 2 แสนบาท เพราะระบบอัตโนมัติค่อนข้างซับซ้อนและต้องใช้อุปกรณ์ที่มีราคาแพง แต่ในอนาคตก็อาจจะถูกลงได้อีก และอยู่กับผู้ใช้ด้วยว่าต้องการระบบแบบไหนถ้าไม่ต้องการระบบอัตโนมัติก็จะลด ราคาลงมาได้อยู่ที่หลักหมื่นเลยทีเดียว” นักวิจัย กล่าวเพิ่มเติม
     
       นอกจากนี้นักวิจัยยังเผยด้วยว่า ผลงานวีลแชร์อัจฉริยะ(Smart Wheelchair)ยังเคยเข้าร่วมแข่งขันในเวที i-CREATe (international Convention on Rehabilitation Engineering and Assistive Technology) เวทีประกวดสิ่งประดิษฐ์คิดค้นระดับนานาชาติที่สิงคโปร์เมื่อช่วงปลายปี 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งในการแข่งขันดังกล่าวได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ด้วย

Cr.ผู้จัดการ