การท่องเที่ยวไทย : หลายฝ่ายควรช่วยกันส่งเสริมกันอย่างจริงจัง
ผู้เขียนเป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวมาก
ได้ท่องเที่ยวไปแล้วทุกทวีปทั่วโลก ยกเว้นขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้
สำหรับในประเทศไทยนั้นได้ท่องเที่ยวไปครบทุกจังหวัดแล้ว
ได้เห็นสิ่งดีๆ หลายอย่าง และในประเทศไทยนั้น
มีสิ่งที่สวยงามและน่าสนใจเยอะมาก
แหล่งท่องเที่ยวหลายต่อหลายแห่งในไทยสามารถขายได้แม้กระทั่งนักท่องเที่ยว
ไทยด้วยกัน
ดังนั้น
นอกจากเจ้าของพื้นที่และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะช่วยกันตีปี๊บ
รวมทั้งหาทางให้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ แล้ว
คนไทยทุกคนต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวด้วย
ผู้เขียนได้ช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของไทย โดยใช้เฟซบุ๊ค (Facebook) ส่วนตัวของผู้เขียนอยู่เป็นประจำ
แหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งซึ่งผู้เขียนประทับใจมาก คือที่ผาช่อ
อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแม่วาง
หลายคนเรียกขานว่าเป็นแกรนด์แคนยอนเมืองไทย
ผาช่อเป็นหน้าผาสูงชันที่เชื่อว่าเกิดจากการกัดเซาะของลมฝนนานนับร้อยนับ
พันปี ลักษณะคล้ายกำแพงและเสาหินขนาดใหญ่ลวดลายแปลกตา สูงใหญ่ราว 30 เมตร
เป็นบริเวณกว้างนับร้อยเมตร
ถ่ายภาพลงเฟซบุ๊คของผู้เขียนแล้ว เพื่อนๆ หลายคนชื่นชอบ ไม่เคยไปและอยากไปเที่ยวกันทั้งนั้น
ใช้เวลาในการเดินทางจากเชียงใหม่ไม่ถึงชั่วโมง
อยู่ห่างจากถนนเชียงใหม่-ฮอด 12.5 กิโลเมตร ทางเข้าผาช่อเป็นทางราดยาง 7.5
กิโลเมตร และทางลูกรัง 5 กิโลเมตร
เป็นไปได้ไหมครับ ที่กรมอุทยานฯ
จะใช้เงินเข้าชมจากอุทยานแห่งชาติอื่นนำมาสร้างทางราดยางเฉพาะส่วนที่เป็น
ลูกรัง 5 กิโลเมตร
เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เดินทางเข้า-ออกด้วยความสะดวกสบาย
แต่ไม่จำเป็นต้องขยายถนนนะครับ เลนเดียวแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั่นแหละ เพียงพอแล้วครับ
จากที่ทำการของกรมอุทยานฯ ด้านบน เดินลงมาเพียง 100 เมตร
ตรงนี้คงไม่จำเป็นต้องปรับปรุงอะไรครับ แม้จะเดินยากก็เดินได้
และผู้ที่กลัวกับการเดินลงก็มีทางเลือกให้เดินจากลานจอดรถเข้าไปได้
ทางเดินเข้าผาช่อแม้ไม่สะดวกนัก แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร
ขออย่างเดียวครับ
ช่วยขยายทางขาออกให้กว้างอีกนิดก็จะช่วยให้นักท่องเที่ยวที่เจ้าเนื้อซัก
หน่อยจะได้เดินออกมาโดยไม่ลำบากมากนัก
ผาช่อสวยงามมากๆ ยังตรึงตาตรึงใจผู้เขียนจนถึงวันนี้
แต่ในวันที่ผู้เขียนไปเยี่ยมชมนั้น
มีนักท่องเที่ยวเฉพาะชาวไทยไปเยี่ยมชมไม่ถึงเลข 2 หลัก
หากจังหวัดเชียงใหม่และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะช่วยประชาสัมพันธ์ผา
ช่อให้มากกว่านี้ ก็จะทำให้ความสวยงามของผาช่อเป็นที่เลื่องลือ
และมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศไปเยี่ยมชมกันมากขึ้น
แน่นอนครับ ย่อมทำให้เศรษฐกิจของพื้นที่ใกล้เคียงและของจังหวัดเชียงใหม่ในภาพรวมดีขึ้น
นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการช่วยกันส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยนะครับ
แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่สวยงามและยังเข้าถึงโดยสะดวกซึ่งยังมีอีกมาก ก็คงทำได้เช่นเดียวกัน
นอกจากเรื่องการพัฒนาการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
แล้ว
จากประสบการณ์ของผู้เขียนเห็นว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่หลายฝ่ายควรหาทางช่วย
กันส่งเสริม
เรื่องแรกคือเรื่องการบริหารจัดการ หลายแห่งมีของดีอยู่กับมือแล้วแต่บริหารไม่เป็น
บ่อน้ำพุร้อนแห่งหนึ่ง สร้างไว้อย่างดี ทั้งสระว่ายน้ำ
อ่างอาบน้ำส่วนตัว และอื่นๆ อีก แต่เมื่อเข้าไปไม่มีผู้ใดคอยบริการทั้งๆ
ที่อยู่ในเวลาการบริการ (ตามป้าย) โทรศัพท์สอบถาม
แต่ได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่กลับแล้ว
สวนสัตว์เปิดบางแห่งก็มีสัตว์ป่าหายากหลายชนิด แต่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปชม
สิ่งเหล่านี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคงให้การช่วยเหลือได้
โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสำรวจข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว
พร้อมศึกษาวิธีบริหารจัดการ หากไม่ดีก็ควรแนะนำและหาทางช่วยเหลือ
เรื่องที่สองคือโรงแรม บางโรงแรมเจ้าของหรือสถาปนิกคงอาจไม่เคยพักที่โรงแรมดีๆ ที่อื่น
จึงไม่ทราบว่าสวิตช์ไฟและปลั๊กไฟควรมีเท่าไร อยู่ตรงไหนที่ให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวมากที่สุด
บางแห่งสวิตช์ไฟอยู่บนกำแพง ดับไฟแล้วต้องเดินคลำไปหาเตียง ในห้องน้ำก็ไม่มีปลั๊กไฟสำหรับเสียบเครื่องโกนหนวด
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยน่าจะประสานกรมโยธาธิการและผังเมือง
ออกแบบเฉพาะห้องพักไว้เป็นมาตรฐาน แล้วขอให้ กทม. เทศบาลหรือ อบต.
ผู้อนุญาตให้ก่อสร้างแนะนำให้เจ้าของโรงแรมสร้างใหม่และสถาปนิกผู้ออกแบบให้
นำไปปรับใช้
จักรยานเป็นเรื่องที่โรงแรมทุกแห่งควรมีไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย
เพราะนักท่องเที่ยวจะได้ปั่นออกกำลังกายหรือท่องเที่ยวไปในเมือง
แม้ว่าในปัจจุบันหลายโรงแรมได้ปฏิบัติแล้ว แต่บางแห่งก็ไม่มี
ไวไฟบ้านเรานั้น เห็นโฆษณาประชาสัมพันธ์กันเยอะว่าใช้
ไวไฟฟรีในบางจุด
แต่เข้าไปใช้แล้ว ปรากฏว่าใช้ไม่ได้หรอกครับ พอๆ
กับ
ไวไฟของโรงแรมบางแห่งนั่นแหละ ใช้อินเตอร์เน็ตธรรมดาดีกว่า
แต่ภูมิใจที่สนามบินสุวรรณภูมิของเราได้รับยกย่องว่าเป็นสนามบินที่ให้บริการ
ไวไฟแรงที่สุดในโลก
ขอชื่นชมสายการบินนกแอร์บางเส้นทางและบางลำด้วยที่ได้เริ่มให้บริการ
ไวไฟ
ฟรีแล้ว
สายการบินอื่นทั้งต้นทุนสูงและต้นทุนต่ำน่าจะนำมาเป็นตัวอย่างด้วยนะครับ
ไปภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่นตอนนี้
มีบริการ
ไวไฟให้นักท่องเที่ยวใช้ฟรีแล้ว นอกจากนั้น
ในญี่ปุ่นยังให้เช่า
ไวไฟแบบพกพา (Pocket Wifi) วันละ 300 บาท ด้วย
บ้านเรามี
ไวไฟพกพาขาย แต่ไม่มีบริการให้เช่า
บริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของไทยน่าเปิดบริการให้เช่า
ไวไฟพกพากันได้แล้ว
รถนำเที่ยวหลายประเทศที่ผู้เขียนพบคือตุรกี เวียดนามหรือลาว
ก็มีไวไฟให้ใช้ฟรีด้วย
เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการโรมมิ่งระหว่างประเทศ
และเป็นที่น่ายินดีที่รถตู้นำเที่ยวบ้านเราบางคันก็มีแล้ว
ประเทศอื่นเอาใจนักท่องเที่ยวกันขนาดนี้แล้ว ของเราก็ควรทำได้เช่นเดียวกัน
เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางของสายการบินต้นทุนต่ำ (Low cost airline)
สายการบินต้นทุนต่ำนั้นต้องพยายามตัดรายจ่ายที่เป็นความสะดวกสบายของผู้
โดยสารออก เพื่อให้มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และคิดค่าโดยสารได้ต่ำสุด
หากผู้โดยสารต้องการความสะดวกมากขึ้นก็ต้องซื้อเพิ่ม
ดีไม่ดี ซื้อเพิ่มมากๆ เข้า
สายการบินต้นทุนต่ำบางสายที่ว่าราคาถูกที่สุดอาจแพงกว่าสายการบินต้นทุนต่ำ
สายอื่นก็ได้ แต่ก็เอาเถิดครับ ไม่ว่ากัน
เพราะผู้โดยสารบางคนต้องการประหยัดที่สุด อย่างอื่นไม่ต้องการ
ผู้เขียนขอเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ที่อยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
นั่นก็คือน้ำหนักกระเป๋าที่ใส่ใต้ท้องเครื่องบิน
ซึ่งสายการบินทั่วไปอนุญาตให้นำขึ้นได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม
แต่สายการบินต้นทุนต่ำหรือไม่ต้นทุนต่ำบางสาย
ให้นำหนักกระเป๋าดังกล่าวได้เพียงไม่เกิน 15 กิโลกรัม เท่านั้น
หรือบางสายไม่ให้เลย มีเพียงกระเป๋าที่หิ้วขึ้นเครื่องที่ไม่เกิน 7
กิโลกรัม
นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เดินทางมากับสายการบินต้นทุนต่ำของไทย ซึ่งสามารถนำโหลดกระเป๋าใต้ท้องเครื่องได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม
เมื่อใช้สายการบินต้นทุนต่ำในไทยซึ่งให้น้ำหนักเพียง 15 กิโลกรัม
หรือบางสายไม่ให้เลย น้ำหนักที่เกิน 15 กิโลกรัม หรือเกินทั้ง 20 กิโลกรัม
จะทำอย่างไร ให้เขาจ่ายเงินเพิ่มกระนั้นหรือ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควรประสานกับกระทรวงคมนาคม เพื่อหาทางแก้ไขปัญหานี้
สายการบินต้นทุนต่ำจะแข่งขันเรื่องราคากันอย่างไร ไม่ว่าเรื่องอาหาร
การบริการและความสะดวกสบายอื่นก็ไม่ว่ากัน
ขอเพียงน้ำหนักกระเป๋าให้ถือเป็นมาตรฐานทั่วไป คือไม่เกิน 20 กิโลกรัม
ได้หรือไม่
ผู้เขียนเห็นว่า หากส่วนราชการ
บริษัทเอกชนและประชาชนทั่วไปทุกฝ่ายร่วมใจกันส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย
ซึ่งนอกจากการท่องเที่ยวไทยซึ่งให้บริการเป็นเลิศและนำเงินรายได้เข้าประเทศ
สูงสุดแล้ว
ยังสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้มากขึ้น พร้อมๆ กับความประทับใจและชื่นใจกับการท่องเที่ยวของไทยไปตลอดกาล
Cr : พุธทรัพย์ มณีศรี / บ้านเมือง
เว็บเกี่ยวข้อง :
ไวไฟพกพา ( Pocket Wifi )