วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เลือกซื้อเครื่องมือวัดความดันโลหิตอย่างไร


เครื่องวัดความดันโลหิต(Blood Pressure Meter)

 เครื่องวัดความดันโลหิต
ในปัจจุบันผู้ที่มีปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูง หรือแม้แต่ผู้ที่ห่วงใยสุขภาพตนเองมักซื้อเครื่องวัดความดันมาใช้เองที่บ้าน ซึ่งเครื่องวัดความดันเหล่านี้มีความแตกต่างจากเครื่องวัดความดันที่โรง พยาบาลอย่างไร เราจำเป็นต้องศึกษาเพื่อนำมาพิจารณาในการเลือกซื้อ

เครื่องวัดความดันแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  1. เครื่องวัดความดันแบบปรอท เป็นเครื่องมือมาตรฐานที่นิยมใช้ในโรงพยาบาล ประกอบด้วยสายรัดแขนที่ทำให้พองได้เชื่อมต่อกับลูกยางที่ใช้บีบและ แท่งแก้วที่บรรจุปรอทอยู่ภายใน หลักการทำงานของเครื่องใช้แรงโน้มถ่วงของโลก โดยบีบลมเข้าไปจากนั้นสังเกตปรอทในแท่งแก้วขณะที่ปลดปล่อยแรงดันอากาศ จากแรงดันสูงสุดและต่ำสุดสามารถอ่านค่าความดันโลหิตในหน่วยของมิลลิเมตรปรอท ในการติดตั้งเครื่องจำเป็นต้องตั้งเครื่องในแนวระราบเดียวกับพื้นเพื่อความ แม่นยำในการอ่านค่า ควรระมัดระวังในการใช้อย่าให้แท่งแก้วที่บรรจุปรอทแตก และสิ่งสำคัญผู้อ่านค่าจากเครื่องวัดความดันแบบปรอทจำเป็นต้องได้รับการฝึก อบรม
  2. เครื่องวัดความดันแบบขดลวด เป็นเครื่องมือที่มีกลไกซับซ้อนขึ้น บางชนิดเชื่อมต่อกับหูฟังของแพทย์ ต้องใช้ทักษะในการฟัง (ไม่สามารถใช้งานได้ในสิ่งแวดล้อมที่มีเสียงดังรบกวน) แต่บางชนิดอ่านค่าจากจอมอนิเตอร์ น้ำหนักเบา พกพาได้ แต่ยังจำเป็นต้องบีบลมเข้าไปด้วยตนเอง และยังต้องตรวจสอบความแม่นยำเทียบกับเครื่องวัดความดันแบบปรอท
  3. เครื่องวัดความดันแบบดิจิตอล เป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นให้ใช้งานได้ง่ายสะดวก เหมาะกับการวัดด้วยตนเอง น้ำหนักเบาพกพาได้ สามารถอ่านค่าความดันโลหิตจากจอมอนิเตอร์โดยตรงและไม่ต้องบีบลมเข้าด้วยตน เอง บางชนิดสามารถอ่านค่าอัตราการเต้นของหัวใจรวมถึงมีหน่วยความจำบันทึกข้อมูล ความดันที่ได้ในแต่ละครั้งเปรียบเทียบกัน และยังต้องตรวจสอบความแม่นยำเทียบกับเครื่องวัดความดันแบบปรอท
  4. เครื่องวัดความดันแบบดิจิตอลมีทั้งแบบที่วัดข้อมือ และต้นแขน ซึ่งค่าความดันที่ใกล้เคียงความจริงที่สุดควรมาจากการวัดความดันที่ต้นแขน ซึ่งเป็นอวัยวะที่อยู่ใกล้หัวใจรวมทั้งอยู่ในระดับเดียวกับหัวใจอีกด้วย ในการเลือกซื้อเครื่องวัดความดันควรเลือกเครื่องที่ผ่านการรับรองหรือผ่าน การตรวจวัดเครื่องว่าได้รับมาตรฐานจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ อาทิเช่น American Association of medical Instrument; AAMI, British Hypertension Society; BHS และ International Protocol of the European Society of Hypertension; ESH เป็นต้น
Cr  :  เครื่องวัดความดันดอทคอม
เว็บเกี่ยวข้อง : เครื่องวัดความดัน

บ้านใคร ใครก็รัก

ไวไฟพกพา

การท่องเที่ยวไทย : หลายฝ่ายควรช่วยกันส่งเสริมกันอย่างจริงจัง

ผู้เขียนเป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวมาก ได้ท่องเที่ยวไปแล้วทุกทวีปทั่วโลก ยกเว้นขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ สำหรับในประเทศไทยนั้นได้ท่องเที่ยวไปครบทุกจังหวัดแล้ว
   
ได้เห็นสิ่งดีๆ หลายอย่าง และในประเทศไทยนั้น มีสิ่งที่สวยงามและน่าสนใจเยอะมาก แหล่งท่องเที่ยวหลายต่อหลายแห่งในไทยสามารถขายได้แม้กระทั่งนักท่องเที่ยว ไทยด้วยกัน

    ดังนั้น นอกจากเจ้าของพื้นที่และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะช่วยกันตีปี๊บ รวมทั้งหาทางให้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ แล้ว คนไทยทุกคนต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวด้วย

     ผู้เขียนได้ช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของไทย โดยใช้เฟซบุ๊ค (Facebook) ส่วนตัวของผู้เขียนอยู่เป็นประจำ

     แหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งซึ่งผู้เขียนประทับใจมาก คือที่ผาช่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแม่วาง หลายคนเรียกขานว่าเป็นแกรนด์แคนยอนเมืองไทย

     ผาช่อเป็นหน้าผาสูงชันที่เชื่อว่าเกิดจากการกัดเซาะของลมฝนนานนับร้อยนับ พันปี ลักษณะคล้ายกำแพงและเสาหินขนาดใหญ่ลวดลายแปลกตา สูงใหญ่ราว 30 เมตร เป็นบริเวณกว้างนับร้อยเมตร

     ถ่ายภาพลงเฟซบุ๊คของผู้เขียนแล้ว เพื่อนๆ หลายคนชื่นชอบ ไม่เคยไปและอยากไปเที่ยวกันทั้งนั้น

     ใช้เวลาในการเดินทางจากเชียงใหม่ไม่ถึงชั่วโมง อยู่ห่างจากถนนเชียงใหม่-ฮอด 12.5 กิโลเมตร ทางเข้าผาช่อเป็นทางราดยาง 7.5 กิโลเมตร และทางลูกรัง 5 กิโลเมตร

    เป็นไปได้ไหมครับ ที่กรมอุทยานฯ จะใช้เงินเข้าชมจากอุทยานแห่งชาติอื่นนำมาสร้างทางราดยางเฉพาะส่วนที่เป็น ลูกรัง 5 กิโลเมตร เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เดินทางเข้า-ออกด้วยความสะดวกสบาย

    แต่ไม่จำเป็นต้องขยายถนนนะครับ เลนเดียวแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั่นแหละ เพียงพอแล้วครับ

    จากที่ทำการของกรมอุทยานฯ ด้านบน เดินลงมาเพียง 100 เมตร ตรงนี้คงไม่จำเป็นต้องปรับปรุงอะไรครับ แม้จะเดินยากก็เดินได้ และผู้ที่กลัวกับการเดินลงก็มีทางเลือกให้เดินจากลานจอดรถเข้าไปได้

    ทางเดินเข้าผาช่อแม้ไม่สะดวกนัก แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ขออย่างเดียวครับ ช่วยขยายทางขาออกให้กว้างอีกนิดก็จะช่วยให้นักท่องเที่ยวที่เจ้าเนื้อซัก หน่อยจะได้เดินออกมาโดยไม่ลำบากมากนัก

     ผาช่อสวยงามมากๆ ยังตรึงตาตรึงใจผู้เขียนจนถึงวันนี้ แต่ในวันที่ผู้เขียนไปเยี่ยมชมนั้น มีนักท่องเที่ยวเฉพาะชาวไทยไปเยี่ยมชมไม่ถึงเลข 2 หลัก

     หากจังหวัดเชียงใหม่และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะช่วยประชาสัมพันธ์ผา ช่อให้มากกว่านี้ ก็จะทำให้ความสวยงามของผาช่อเป็นที่เลื่องลือ และมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศไปเยี่ยมชมกันมากขึ้น

     แน่นอนครับ ย่อมทำให้เศรษฐกิจของพื้นที่ใกล้เคียงและของจังหวัดเชียงใหม่ในภาพรวมดีขึ้น

     นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการช่วยกันส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยนะครับ

    แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่สวยงามและยังเข้าถึงโดยสะดวกซึ่งยังมีอีกมาก ก็คงทำได้เช่นเดียวกัน

    นอกจากเรื่องการพัฒนาการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ แล้ว จากประสบการณ์ของผู้เขียนเห็นว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่หลายฝ่ายควรหาทางช่วย กันส่งเสริม

    เรื่องแรกคือเรื่องการบริหารจัดการ หลายแห่งมีของดีอยู่กับมือแล้วแต่บริหารไม่เป็น

    บ่อน้ำพุร้อนแห่งหนึ่ง สร้างไว้อย่างดี ทั้งสระว่ายน้ำ อ่างอาบน้ำส่วนตัว และอื่นๆ อีก แต่เมื่อเข้าไปไม่มีผู้ใดคอยบริการทั้งๆ ที่อยู่ในเวลาการบริการ (ตามป้าย) โทรศัพท์สอบถาม แต่ได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่กลับแล้ว

     สวนสัตว์เปิดบางแห่งก็มีสัตว์ป่าหายากหลายชนิด แต่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปชม

     สิ่งเหล่านี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคงให้การช่วยเหลือได้ โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสำรวจข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว พร้อมศึกษาวิธีบริหารจัดการ หากไม่ดีก็ควรแนะนำและหาทางช่วยเหลือ

    เรื่องที่สองคือโรงแรม บางโรงแรมเจ้าของหรือสถาปนิกคงอาจไม่เคยพักที่โรงแรมดีๆ ที่อื่น

     จึงไม่ทราบว่าสวิตช์ไฟและปลั๊กไฟควรมีเท่าไร อยู่ตรงไหนที่ให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวมากที่สุด

     บางแห่งสวิตช์ไฟอยู่บนกำแพง ดับไฟแล้วต้องเดินคลำไปหาเตียง ในห้องน้ำก็ไม่มีปลั๊กไฟสำหรับเสียบเครื่องโกนหนวด

     การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยน่าจะประสานกรมโยธาธิการและผังเมือง ออกแบบเฉพาะห้องพักไว้เป็นมาตรฐาน แล้วขอให้ กทม. เทศบาลหรือ อบต. ผู้อนุญาตให้ก่อสร้างแนะนำให้เจ้าของโรงแรมสร้างใหม่และสถาปนิกผู้ออกแบบให้ นำไปปรับใช้

    จักรยานเป็นเรื่องที่โรงแรมทุกแห่งควรมีไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย เพราะนักท่องเที่ยวจะได้ปั่นออกกำลังกายหรือท่องเที่ยวไปในเมือง แม้ว่าในปัจจุบันหลายโรงแรมได้ปฏิบัติแล้ว แต่บางแห่งก็ไม่มี

     เรื่องที่สามคือเรื่องไวไฟ (Wifi)


    ไวไฟบ้านเรานั้น เห็นโฆษณาประชาสัมพันธ์กันเยอะว่าใช้ไวไฟฟรีในบางจุด แต่เข้าไปใช้แล้ว ปรากฏว่าใช้ไม่ได้หรอกครับ พอๆ กับไวไฟของโรงแรมบางแห่งนั่นแหละ ใช้อินเตอร์เน็ตธรรมดาดีกว่า

    แต่ภูมิใจที่สนามบินสุวรรณภูมิของเราได้รับยกย่องว่าเป็นสนามบินที่ให้บริการไวไฟแรงที่สุดในโลก

    ขอชื่นชมสายการบินนกแอร์บางเส้นทางและบางลำด้วยที่ได้เริ่มให้บริการไวไฟ ฟรีแล้ว สายการบินอื่นทั้งต้นทุนสูงและต้นทุนต่ำน่าจะนำมาเป็นตัวอย่างด้วยนะครับ

    ไปภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่นตอนนี้ มีบริการไวไฟให้นักท่องเที่ยวใช้ฟรีแล้ว นอกจากนั้น ในญี่ปุ่นยังให้เช่าไวไฟแบบพกพา (Pocket Wifi) วันละ 300 บาท ด้วย บ้านเรามีไวไฟพกพาขาย แต่ไม่มีบริการให้เช่า

    บริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของไทยน่าเปิดบริการให้เช่าไวไฟพกพากันได้แล้ว

     รถนำเที่ยวหลายประเทศที่ผู้เขียนพบคือตุรกี เวียดนามหรือลาว ก็มีไวไฟให้ใช้ฟรีด้วย เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการโรมมิ่งระหว่างประเทศ และเป็นที่น่ายินดีที่รถตู้นำเที่ยวบ้านเราบางคันก็มีแล้ว

     ประเทศอื่นเอาใจนักท่องเที่ยวกันขนาดนี้แล้ว ของเราก็ควรทำได้เช่นเดียวกัน

     เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางของสายการบินต้นทุนต่ำ (Low cost airline)

     สายการบินต้นทุนต่ำนั้นต้องพยายามตัดรายจ่ายที่เป็นความสะดวกสบายของผู้ โดยสารออก เพื่อให้มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และคิดค่าโดยสารได้ต่ำสุด หากผู้โดยสารต้องการความสะดวกมากขึ้นก็ต้องซื้อเพิ่ม

ดีไม่ดี ซื้อเพิ่มมากๆ เข้า สายการบินต้นทุนต่ำบางสายที่ว่าราคาถูกที่สุดอาจแพงกว่าสายการบินต้นทุนต่ำ สายอื่นก็ได้ แต่ก็เอาเถิดครับ ไม่ว่ากัน เพราะผู้โดยสารบางคนต้องการประหยัดที่สุด อย่างอื่นไม่ต้องการ

ผู้เขียนขอเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ที่อยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน นั่นก็คือน้ำหนักกระเป๋าที่ใส่ใต้ท้องเครื่องบิน ซึ่งสายการบินทั่วไปอนุญาตให้นำขึ้นได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม

แต่สายการบินต้นทุนต่ำหรือไม่ต้นทุนต่ำบางสาย ให้นำหนักกระเป๋าดังกล่าวได้เพียงไม่เกิน 15 กิโลกรัม เท่านั้น หรือบางสายไม่ให้เลย มีเพียงกระเป๋าที่หิ้วขึ้นเครื่องที่ไม่เกิน 7 กิโลกรัม
  
นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เดินทางมากับสายการบินต้นทุนต่ำของไทย ซึ่งสามารถนำโหลดกระเป๋าใต้ท้องเครื่องได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม

     เมื่อใช้สายการบินต้นทุนต่ำในไทยซึ่งให้น้ำหนักเพียง 15 กิโลกรัม หรือบางสายไม่ให้เลย น้ำหนักที่เกิน 15 กิโลกรัม หรือเกินทั้ง 20 กิโลกรัม จะทำอย่างไร ให้เขาจ่ายเงินเพิ่มกระนั้นหรือ

     กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควรประสานกับกระทรวงคมนาคม เพื่อหาทางแก้ไขปัญหานี้

     สายการบินต้นทุนต่ำจะแข่งขันเรื่องราคากันอย่างไร ไม่ว่าเรื่องอาหาร การบริการและความสะดวกสบายอื่นก็ไม่ว่ากัน ขอเพียงน้ำหนักกระเป๋าให้ถือเป็นมาตรฐานทั่วไป คือไม่เกิน 20 กิโลกรัม ได้หรือไม่

     ผู้เขียนเห็นว่า หากส่วนราชการ บริษัทเอกชนและประชาชนทั่วไปทุกฝ่ายร่วมใจกันส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งนอกจากการท่องเที่ยวไทยซึ่งให้บริการเป็นเลิศและนำเงินรายได้เข้าประเทศ สูงสุดแล้ว

    ยังสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้มากขึ้น พร้อมๆ กับความประทับใจและชื่นใจกับการท่องเที่ยวของไทยไปตลอดกาล

Cr  :   พุธทรัพย์ มณีศรี / บ้านเมือง
เว็บเกี่ยวข้อง : ไวไฟพกพา ( Pocket Wifi )

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558

6 แนวทาง ‘ลด ละ เลี่ยง’ โรคความดันโลหิตสูง



 นพ.มงคล จิรสถาพร,โรคความดันโลหิตสูง,แนวทาง

โรคความดันโลหิตสูง จัดเป็นภัยซ่อนเร้นที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากมาย

โรคความดันโลหิตสูง จัดเป็นภัยซ่อนเร้นที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากมาย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจล้มเหลว โรคไตวาย และโรคอัมพาต ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีอาการจนกว่าจะเกิด โรคแทรกซ้อนเหล่านี้ การตรวจวัดความดันสม่ำเสมอจะช่วยวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูงระยะเริ่มแรกและ การควบคุมความดันโลหิตให้ได้ถึงเกณฑ์ปกติตั้งแต่เริ่มวินิจฉัย จะช่วยให้ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ดัง กล่าวข้างต้น นอกจากนี้การปรับพฤติกรรมความเคยชินบางอย่างในชีวิตประจำวันก็เป็นอีกวิธี ง่ายๆ ที่ช่วยให้ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน

นพ.มงคล จิรสถาพร อายุรแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ความดันโลหิตสูง หมายถึง แรงดันของเลือดที่กระทำต่อผนังหลอดเลือด ซึ่งจะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นกับแรงบีบตัวของหัวใจของแต่ละคน ค่าความดันโลหิตที่วัดจากเครื่องวัดความดัน จะมี 2 ค่า คือ ความดันโลหิตตัวบน คือ แรงดันขณะหัวใจบีบตัว และ ความดันโลหิตตัวล่าง คือ แรงดันหัวใจขณะคลายตัว สำหรับค่าความดันโลหิตที่ปกติ คือความดันโลหิตตัวบน น้อยกว่าหรือเท่ากับ 120 มม. ปรอท และความดันโลหิตตัวล่างน้อยกว่าหรือเท่ากับ 80 มม. ปรอท

แต่ถ้าวัดความดันโลหิตตัวบนได้มากกว่า 120 มม. ปรอท แต่ไม่เกิน 139 มม.ปรอท และ/ หรือความดันโลหิตตัวล่างมากกว่า 80 มม. ปรอท แต่ไม่เกิน 89 มม. ปรอท จะเรียกว่าเป็น ภาวะก่อนเกิดความดันโลหิตสูง ถ้าวัดความดันโลหิตตัวบนได้มากกว่า 140 มม. ปรอท ขึ้นไป และ/ หรือ ความดันโลหิตตัวล่างมากกว่า 90 มม.ปรอท จะเรียกว่า เป็นโรคความดันโลหิตสูง ส่วนใหญ่ความดันโลหิตสูงมักจะไม่มีอาการ อาจตรวจพบโดยบังเอิญขณะไปตรวจรักษาโรคอย่างอื่น แต่ผู้ป่วยบางรายที่มีความดันโลหิตสูงมากๆ มักมีอาการปวดทั่วศีรษะ ปวดที่ท้ายทอย หรือวิงเวียนศีรษะร่วมด้วยได้ และผู้ป่วยบางส่วนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงนานๆ อาจมาด้วยภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูงได้ เช่น อาการหัวใจวายเฉียบพลัน, ไตวาย, เส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบ

การรักษาโรคความดันโลหิตสูงที่เริ่มเป็นหรือระดับความดันโลหิตยังสูงไม่มาก จะเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งถ้าหากผู้ป่วยสามารถปฏิบัติได้อย่าง สม่ำเสมอจะทำให้ความดันโลหิตกลับมาอยู่ในระดับปกติได้ (ความดันโลหิตไม่เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท) โดยไม่ต้องอาศัยการรับประทานยา นอกจากนี้ยังมีหลักการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความดันโลหิตสูง ง่ายๆ

1.ลดน้ำหนัก : ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่น้ำหนักเกิน หรืออ้วน การลดน้ำหนักลงจะได้ประโยชน์ในการลดความดันโลหิตมากการลดน้ำหนักลง 10 กิโลกรัมจะลดความดันโลหิตได้ 5 – 20 มิลลิเมตร
ปรอท ความจริงแล้วผลดีอื่นๆ ที่ได้จากการลดน้ำหนักมีมากกว่าการลดความดันโลหิต เช่น ป้องกันการเกิดเบาหวาน ภาวะหัวใจล้มเหลว ข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น ควรควบคุมไม่ให้ดัชนีมวลกาย ( BMI ) เกิน 24
กก./ตรม. ( ดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว ( กิโลกรัม ) / ส่วนสูง ( เมตร )2 )

2.หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม : เมื่อได้รับ " เกลือ " หรืออาหารรสเค็มต่างๆ ร่างกายจะดูดน้ำกลับเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น เป็นผลให้ปริมาณสารน้ำในร่างกายสูงขึ้น ความดันโลหิตจะสูงขึ้นและควบคุมได้ยาก
ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มี รสเค็ม โดยไม่เติมเกลือ น้ำปลาหรือซีอิ๊วในอาหารอีก นอกจากนั้นควรงดผงชูรสหรืออาหารที่มีผงชูรสอยู่มากด้วย เนื่องจากผงชูรสมี เกลือโซเดียมเช่นกัน ไม่แนะนำให้ใช้เกลือเทียม
เช่น เกลือโพแทสเซียมแทนเกลือแกง เนื่องจากอาจเป็นอันตรายได้ในผู้ป่วยที่มีไตเสื่อม อาหารที่แนะนำนอกจากจะไม่เค็มแล้วควรจะเป็นอาหารที่พลังงานต่ำ และมีไขมันจากสัตว์น้อย เพิ่มการรับประทานปลาแทน
เนื้อหรือหมู และหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงต่างๆ ขนมหวาน เน้นผักและผลไม้ที่ ไม่หวานจัดแทน

3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็วๆ วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ครั้งละ 30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากจะช่วยลดความดันโลหิตลงบ้างแล้วยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ควบคุมน้ำหนักได้ง่าย ไขมันคลอเรสเตอรอลชนิดดีเพิ่มขึ้น จิตใจแจ่มใส สำหรับผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงมาก หรือผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกาย หากท่านไม่สามารถจัด
เวลาเพื่อออก กำลังกายได้ แนะนำให้ทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ท่านทำอยู่แล้วแทน เช่น ใช้การเดินขึ้นบันไดแทนลิฟท์ เดินไปตลาดหรือ ทำงานบ้านด้วยตนเอง

4.งดบุหรี่ : การสูบบุหรี่มีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วขณะ แม้ว่าการเลิกบุหรี่อาจไม่มีผลลดความดันโลหิตในระยะยาว แต่ไม่สูบบุหรี่จะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจ ถุงลมโป่งพอง มะเร็งอีก
หลายชนิด และยังเป็นผลดีต่อสุขภาพของคนใกล้ชิดอีกด้วย

5.ลดแอลกอฮอล์ : แม้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อยๆ อาจช่วยเพิ่มไขมันคลอเรสเตอรอลชนิดดีได้บ้าง แต่ไม่แนะนำให้ดื่มเนื่องจากผลเสียของการดื่มแอกอฮอล์มีมากกว่าผลดีมากอย่า เชื่อ
โฆษณาที่แนะนำให้ดื่มไวน์เพื่อสุขภาพ หากท่านดื่มอยู่แล้ว ก็ควรจำกัดปริมาณให้น้อยกว่าวันละ 2 แก้ว

6.ลดความเครียด : เราไม่ควรเคร่งเครียดตลอดเวลา เพราะความเครียดถือเป็นอีกหนึ่งตัวเร่งที่ทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นได้ ยิ่งในภาวะอากาศร้อนเช่นปัจจุบันอาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้หลายๆ คนเกิด
ความ เครียด หงุดหงิด แนะนำให้ปล่อยวาง หากิจกรรม หางานอดิเรกที่เราชอบทำ เล่นกีฬา หรือทำสมาธิ พยายามควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติ หากเครียดต้องรู้จักปล่อย ชีวิตก็จะเป็นสุข ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และคนที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมความดันโลหิตและลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ของโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่หากหลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วยังไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ การรักษาโรคโดยการใช้ยาเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอหลังจากที่ ทราบว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง

Cr  :  bangkokbiznews
เว็บเกี่ยวข้อง : เครื่องมือวัดความดัน

สุดยอด ญี่ปุ่นติดตั้ง Wi-Fi ฟรีบนภูเขาฟูจิแล้ว


pocket wifi
ถือเป็นข่าวดีอีกชิ้นหนึ่ง สำหรับใครที่มีเป้าหมายอยากพิชิตเขาความสูงระดับ 32,000 ฟุตอย่างภูเขาฟูจิสักครั้งในชีวิต เมื่อล่าสุดญี่ปุ่นได้ทำการติดตั้ง Wi-Fi ฟรี ทั่วบริเวณภูเขาแล้ว เพื่อให้ง่ายต่อการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกมากขึ้น

ญี่ปุ่นเองเล็งเห็นว่าเหล่าบรรดานักไต่เขา ที่มาทำกิจกรรมบนภูเจาไฟฟูจินั้นมีมากขึ้นทุกปี ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เพื่อความสะดวกสบายมากขึ้นระหว่างมาทำภาระกิจหรือท่องเที่ยวที่นี่ ทั้งนี้ ตัว Wi-Fi hotspot จะถูกติดตั้งกระจัดกระจายไปบริเวณภูเขารวม 8 จุด จากความร่วมมือของ NTT Docomo ผู้ให้บริการเครือข่ายยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นร่วมกับฝ่ายบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งตัว Wi-Fi จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการได้ในเดือนกันยายนนี้

อัปเดท

หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกไปคุณ Warach Madhyamapurush สมาชิกเว็บแบไต๋ได้แสดงความเห็นว่า “ใช้ยากมาก คนขึ้นไปมาก ใช้ pocket wifi. หรือ 4G. ดีกว่าคราบ คนขึ้นที่ละพันคน”
ก็ถือว่าผู้ให้บริการต้องปรับปรุงให้รองรับคนได้มากขึ้นนะครับ

พก pocket wifi ไปเองดีกว่า สะดวกดี ตอนนี้มีผู้ให้บริการ pocket wifi มากมายหลายแห่ง ลองเช็คดูนะว่าที่ไหนให้บริการ pocket wifi บ้าง มีให้บริการ pocket wifi ทั้งในไทยและญี่ปุ่น

ภาพโดย: Warach Madhyamapurush
 
Cr  :  bearthai.com และบางส่วนเพิ่มเติมโดยผู้เขียน
เว็บเกี่ยวข้อง : http://i-synes.com/product/internet-network/mifi

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เกล็น เดวีส์ ทูตสหรัฐฯประจำไทยคนใหม่

วุฒิสภาสหรัฐอเมริกา รับรองให้นายเกล็น เดวีส์ เข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยแล้ว


http://www.matichon.co.th/online/2015/08/14388277001438827771l.jpg


วันที่ 6 สิงหาคม - เว็บไซต์วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาของพรรคเดโมแครตระบุว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนนด้วยเสียงรับรองการแต่งตั้งให้นายเกล็น ทาวน์เซนด์ เดวีส์ จากเมืองโคลัมเบีย ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำราชอาณาจักรไทย

http://www.matichon.co.th/online/2015/08/14388277001438827831l.jpg

โดยหลังมีคำสั่งดังกล่าวออกมานั้น นายดับเบิลยู. แพทริค เมอร์ฟี อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยที่เข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ได้ทวิตข้อความบนทวิตเตอร์ @WPatrickMurphy ถึงการแต่งตั้งดังกล่าวว่า "ขอแสดงความยินดีกับสุดยอดนักการทูต ว่าที่เจ้านายในอนาคตของผมด้วยครับ!" (Congrats to my future boss, a terrific diplomat!)

ก่อนหน้านี้ ว่าที่เอกอัครราชทูตเดวีส์ เคยเข้าให้คำแถลงต่อคณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการต่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐฯ โดยชี้ประเด็นว่าความสัมพันธ์ของไทยและสหรัฐฯนั้นมีมาอย่างยาวนาน และแม้ว่าจำเป็นต้องจำกัดความสัมพันธ์บางด้านกับไทยหลังรัฐประหารความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้ยังคงกว้างขวางและก่อประโยชน์ ซึ่งทูตเดวี่ส์คาดหวังให้ไทยหวนคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยเพื่อดำเนินความก้าวหน้าได้อย่างเต็มวิสัย

ทั้งนี้ เอกอัครราชทูต เกล็น ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เคยดำรงตำแหน่งผู้แทนพิเศษด้านนโยบายเกาหลีเหนือระหว่างพ.ศ. 2555–2557 และปฏิบัติราชการในตำแหน่งผู้แทนสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา และทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ระหว่างปี พ.ศ.2552-2555

โดยเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยคนล่าสุด คือ นางคริสตี้ เคนนี่ย์ ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่งเมือเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา และหลังจากนั้นประเทศไทยปราศจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯเป็นเวลานานหลายเดือน


Cr  :  มติชน

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วิธีลดความเครียดในการทำงาน

วิธีลดความเครียดในการทำงาน
       
       1. คงต้องออกกำลังกายเพื่อระบายฮอร์โมนแห่งความเครียดออกไปให้หมด จะเป็นการออกกำลังกายระหว่างการทำงาน เช่น การเดินขึ้นลงบันได หรือจะเป็นการเล่นกีฬา หรือทำงาน บ้านในตอนเย็นหลังเลิกงาน หรือในวันหยุดก็ได้ การออกกำลังกายจนได้เหงื่อจะกระตุ้นให้ ร่างกายหลั่ง ฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ช่วยให้ร่างกายและจิตใจสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

      2.
คือ ต้องพักผ่อนให้พอ ไม่จำเป็นอย่าเอางานกลับไปทำที่บ้าน ต้องรู้จัก บริหารเวลา เพื่อจะได้มีเวลาพักผ่อนส่วนตัวและมีเวลาให้ครอบครัวด้วย อย่าลืมว่าเครื่องจักรยังต้องมีเวลา หยุดพัก และซ่อมบำรุง คุณเองก็เช่นกันต้องมีเวลาพักผ่อนบ้างเพื่อจะได้มีพลังสำหรับการทำงานในวัน ต่อไป

      3. คือการพูดคุยปรึกษาปัญหาที่คุณหนักใจกับคนใกล้ชิด แม้บางครั้งเขาอาจ ช่วยคุณแก้ปัญหาไม่ได้ แต่การได้พูดสิ่งที่อัดอั้นในใจออกไป และได้คำปลอบประโลมกลับมา คุณจะรู้สึก ดีขึ้น สบายใจขึ้น และเมื่อใจสบาย สมองปลอดโปร่ง ก็อาจคิดแก้ปัญหาได้ในเวลาต่อมา

      4. คือการรู้จักปรับเปลี่ยนความคิด อย่าเอาแต่วิตกกังวลให้มากเกินไป ลองคิดใน หลายๆ แง่มุม คิดในสิ่งดีๆ คิดอย่างมีความหวังบ้าง และอย่าคิดหมกมุ่น แต่ปัญหาของตัวเอง คิดถึงคนอื่น บ้าง ยังมีคนลำบากกว่าคุณอีกมาก จะได้มีกำลังใจต่อสู้ปัญหาต่อไป

      5. คือการฝึกเทคนิคคลายเครียด เช่น การหายใจเข้าลึกๆ ให้ท้องพองออก และ หายใจออกช้าๆ ให้ท้องแฟบลง จะช่วยชะลอความโกรธ คลายความกังวล ลดความกลัว และความตื่น เต้นลงได้ นอกจากนี้ควรฝึกสมาธิเพื่อสงบจิตใจ โดยมีสติอยู่กับลมหายใจเข้าออก จะช่วยคลายเครียดได้เป็นอย่างดี

Cr : Sanook

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558

รู้วิธี ทำง่าย "กดจุดบนใบหน้า" ผ่อนคลาย เยียวยาโรค

การ กดจุดเป็นศาสตร์ที่มีต้นกำเนิดมาจากทวีปเอเชีย สืบทอดกันมามากกว่า 5,000 ปี จากการสั่งสมประสบการณ์ผ่านการเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่นโดยศาสตร์การกดจุด ซึ่งโดยหลักการ ร่างกายเรามีจุดลมปราณเชื่อมโยงกันเป็นหมื่นๆ จุด แต่ละจุดมีผลสะท้อนต่อพลังงานการหมุนเวียนภายในร่างกาย เช่นเส้นประสาท การไหลเวียนของเลือด ต่อมน้ำเหลือง อวัยวะภายในต่างๆ

รู้วิธี ทำง่าย กดจุดบนใบหน้า ผ่อนคลาย เยียวยาโรค Cr  :  Manager